วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ณัชชา โรจน์วิโรจน์ เล่าถึงที่มา 'ของเล่น'ให้น้องคนพิเศษ

ทำความรู้จักสาวน้อยจิตใจดี ณัชชา โรจน์วิโรจน์ เจ้าของไอเดีย BLIX POP ตัวต่อของเล่นสำหรับเด็กพิการทางสายตา เกาะเทรนด์สตาร์ทอัพหน้าใหม่แนว SE

ณัชชา โรจน์วิโรจน์ อาศัยแรงบันดาลใจขับเคลื่อนความฝันให้เป็นจริง จากเด็กผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในแคนาดาตั้งแต่อายุ 15 ปี ทำให้ต้องปรับตัวมหาศาลจากที่เคยเรียนเป็นภาษาไทยเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ระยะแรกเปิดพจนานุกรมเยอะมากแต่ไม่ช่วยอะไร จึงเปลี่ยนวิธีด้วยการคิดทุกอย่างให้เป็นภาษาอังกฤษ แทนที่นั่งจดก็เปลี่ยนมานั่งฟังพร้อมกับอัดเทปกลับมาฟังต่อที่บ้าน หลังจากนั้น 3 เดือนพัฒนาการทางภาษาอังกฤษดีขึ้น ส่วนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนที่เป็นคนเอเชีย และวิชาที่เธอทำได้โดดเด่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็คือ “วิชาศิลปะ”


ช่วงเรียนต่อปริญญาโทด้านอินดัสเตรียลดีไซน์ ได้พัฒนาของเล่นสำหรับเด็กพิการ 6-8 ขวบออกมา ซึ่งเป็นผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์ จุดเริ่มของแรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้เกิดจากคุณแม่ ที่มักจะพาเธอและน้องไปตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผู้พิการซ้ำซ้อน ที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อสอนให้แบ่งบัน และเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีโอกาสน้อย อีกทั้งช่วงที่กลับมาหาแรงบันดาลใจเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ก็นำของไปบริจาคที่โรงเรียนสอนคนตาบอด เห็นป้ายรับสมัครคนสอนหนังสือภาษาอังกฤษจึงอาสาสอนน้องๆ เหมือนเป็นติวเตอร์


หลังจากเรียนจบ เธอไม่อยากหยุดความฝันของตนเองไว้ในกระดาษ จึงเริ่มต้นจากโครงการระดมทุนจากบุคคลทั่วไปเพื่อผลิต BLIX POP 30 ชุด มอบให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ 17 แห่ง ก่อนที่จะทำในเชิงพาณิชย์ ทุกคนในบ้านสนับสนุนและช่วยลงทุน เป็นกรรมการ เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัว มีการประชุม อัพเดทข้อมูลตลอด ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และน้องชายดูตื่นเต้นไปด้วย


ในฐานะสตาร์ทอัพหน้าใหม่ ยอมรับว่า มีความเครียดบ้าง วิธีแก้เครียดคือการออกกำลังกายให้หลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมาสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ด้วยการเล่นเทนนิส แบตมินตัน เพราะชอบเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวมากกว่าที่อยู่ในห้องสมัยก่อนทุกคนในบ้านออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แต่ระยะหลังเวลาไม่ตรงกัน เธอใช้วิธีการออกกำลังกายด้วยการคาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เป็นจังหวะเท่าๆ กัน เช่น เต้นแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยานที่บ้าน หรือเสร็จงานแล้วก่อนอาบน้ำ ออกกำลังกายอีกนิดหน่อยแต่ไม่ได้หนักหน่วง


ถ้าเล่นกีฬาหนักๆ จะเป็นช่วงวันศุกร์เย็นหรือเสาร์เย็น เช่น เทนนิส ซึ่งเธอชอบตั้งแต่สมัยเรียนถึงขั้นเป็นทีมโรงเรียนมาก่อน เพราะเทนนิสเป็นกีฬาที่ฝึกการใช้ไหวพริบขณะที่เล่น เพราะลูกมันมาเร็วเราต้องรับอย่างไร เรามองคู่ต่อสู้ มันเหมือนช่วยเราคิดตลอดเวลาว่าจะโต้กลับไปอย่างไร เพราะเกมการแข่งขันไม่ใช่ตีลูกต่อลูก แต่ต้องวางแผนตั้งแต่เสิร์ฟว่า เขาตีกลับมาอย่างไร เราจะรับอย่างไร ที่สำคัญใช้แรงเยอะเหมือนกับเป็นการปลดปล่อยที่ดีอย่างหนึ่ง


ส่วนดนตรีที่เล่นอยู่เป็นประจำคือ กีตาร์กับเปียโน และถ้ามีโอกาสเธอมีแผนที่จะเรียนไวโอลิน เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่ชอบ แต่ยังไม่เคยเล่นมาก่อน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งอ่อนหวานชวนให้เคลิบเคลิ้ม หรือสนุกสนานเร้าใจได้ แถมยังช่วยปรับปรุงท่านั่งให้ดูดีอีกด้วย


สำหรับความสุขของณัชชาคือ การอยู่ที่บ้าน หรืออยู่กับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ สามารถเป็นตัวของตัวเอง แต่บางครั้งเธอยอมรับว่า ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวซึ่งอาจจะติดมาจากไปอยู่เมืองนอกที่ต้องทำอะไรคนเดียว ไม่จำเป็นต้องมีคนคุยตลอดเวลา

* อ่านเนื้อหาฉบับเต็มในแง่มุมอื่นๆ ได้ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ (กายใจ) ฉบับวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2559