วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ส่องกล้อง’ เท่านั้นหนทางสกัดมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งสำไส้ใหญ่ มฤตยูเงียบใกล้ตัวที่ไม่ส่งสัญญาณเตือนจนอาการของโรครุนแรง ล่าสุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของมะเร็งในผู้ชายและผู้หญิง ขยับมาจากอันดับ5

* สมิติเวชบริการตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่...ฟรี ให้กับผู้มีรายได้น้อยและมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ ถ่ายอุจจาระปนเลือด คลำเจอก้อนที่ท้อง จำกัดจำนวน 100 คน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา โดยใช้เทคนิคการส่องกล้องจากญี่ปุ่น(NICE) ซึ่งสามารถตรวจพบก้อนเนื้อได้ในระยะเริ่มแรกแม้ก้อนเนื้อยังไม่นูนขึ้นมา สอบถามเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ โทร 0 2022 2222

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบมากขึ้นในบ้านเราทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แม้สาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงหลักๆ คือ อายุ ซึ่งความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุขณะเดียวกับผู้ที่มีสมาชิกสายตรงในครอบครัว( พ่อ แม่ พี่น้อง ลูก ) เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า

ผู้ที่ครอบครัวมีประวัติของมะเร็งอื่นๆ ก็มีความสัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เหมือนกัน เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูกหรือว่ามะเร็งในกรวยไต หากหลายคนในครอบครัวเป็นจะส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้อาจเกิดจากโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีอาการต่อเนื่องมานานหลายปี ก็เสี่ยงเพิ่ม 2 เท่าเช่นเดียวกับกลุ่มที่เป็นโรคทั่วไป เช่น เบาหวาน น้ำหนักเกิน ไขมันในตับ

“การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการคัดกรองและเฝ้าระวังมะเร็งสำไส้ ช่วยให้ตรวจพบก้อนเนื้อได้ในระยะแรก ส่งผลให้การวินิจฉัยวางแผนรักษาได้ถูกต้อง แม่นยำและลดค่าใช้จ่าย” แพทย์หญิงปิตุลักษณ์ อัศว อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าว

เป็นเวลา 15 ปีมาแล้วที่สหรัฐอเมริกาและโซนยุโรปให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งสำไส้ใหญ่ ข้อมูลที่น่าสนใจคือ 90% ของการตรวจพบมะเร็งสำไส้ใหญ่จะเริ่มจากติ่งเนื้อขนาดเล็กที่ค่อยๆ โตขึ้น โดยใช้เวลา 3-5 ปีก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง ฉะนั้น หากพบแต่เนิ่นๆ และสามารถตัดติ่งเนื้อได้ทันก็จะป้องกันได้ ถ้าส่องกล้องแล้วพบติ่งเนื้อขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร แนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 3-5 ปี ถ้าติ่งใหญ่กว่า 1 เซนติเมตรอาจจะตรวจทุก 1-3 ปี ส่วนผู้ที่ไม่พบติ่งเนื้อก็กลับมาตรวจอีกที 5-10 ปีถัดไป แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินก็อาจจะทำถี่ขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายและปัจจัยการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ของแต่ละคน

การส่องกล้องถือเป็นการตรวจแบบศัลยกรรมอย่างหนึ่ง คนส่วนใหญ่มักจะกลัวว่า จะรู้สึกตัวไหมเวลาที่ทำการส่องกล้อง จะเจ็บไหม จะเจอโรคไหม คุณหมอ อธิบายว่าไม่น่ากังวล เพราะขั้นตอนยุ่งยากที่สุดคือ การเตรียมตัวของคนไข้ก่อนการส่องกล้อง คนไข้ต้องเคลียร์สำไส้ให้พร้อมด้วยการรับประทานยาระบาย ซึ่งอาจจะทำให้ถ่ายเหลว 6-8 ครั้ง ก่อนทำการส่องกล้องคนไข้จะได้รับการฉีดยานอนหลับและยาลดอาการปวด เพื่อลดความรู้สึกตึงแน่นในท้องจากการเป่าลมเข้าไปเพื่อให้ลำไส้ขยายตัวออกเหมือนลูกโป่งที่พองตัว แพทย์จะได้เห็นความผิดปกติภายในได้อย่างละเอียด ใช้ระยะเวลาในการทำโดยเฉลี่ย 20-30 นาที

ถ้าเจอติ่งเนื้อขนาดเล็ก 3-3.5เซนติเมตร สามารถตัดผ่านกล้องได้ทันที ล่าสุดมีวิธีการเคลียร์ลำไส้ได้เร็วขึ้นโดยการงดน้ำและอาหารมาจากบ้าน จากนั้นรับประทานยาระบาย 2-3 ลิตรในช่วงเช้าที่โรงพยาบาลใช้เวลาเข้าห้องน้ำ 2-3 ชั่วโมงจนสำไส้สะอาดค่อยส่องกล้อง สรุปรวมแล้วใช้เวลาเพียงครึ่งวัน​

คุณหมอแนะนำว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรรับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยไม่ต้องรอให้มีอาการผิดปกติ และในกรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติ แนะนำให้นำอายุของคนไข้ลบด้วย 10 จะเป็นอายุที่คุณควรรับการส่องกล้อง โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า ส่วนของพฤติกรรมที่ไม่กินผักผลไม้หรือกินในปริมาณน้อย ชอบกินเนื้อแดง ไส้กรอก แฮม เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสารโปรตีนทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้ ขณะเดียวกันพฤติกรรมที่ดี เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็เป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้

“อาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือจากเดิมที่เป็นคนถ่ายปกติ แล้วกลายมาเป็นท้องเสีย ท้องผูก ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือด ปวดท้องเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย อ่อนเพลีย ซีดจาง มักจะเป็นอาการของโรคในระยะ 2-4 แล้วไม่ใช่อาการระยะแรก"

แพทย์หญิงปิตุลักษณ์ ยังเตือนว่า ปัญหาของมะเร็งสำไส้ใหญ่ก็คือ ระยะแรกของโรคจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อคนไข้เข้ามารับการส่องกล้องตรวจเท่านั้น