สาธารณสุขระยอง พบโรคอุจจาระร่วงระบาด56คน ตายแล้ว1 ส่วนใหญ่ลูกเรือประมงต่างด้าว คาดกินอาหารทะเลปนเปื้อนเชื้อโรคอุจจาระร่วงรุนแรง
นายสุนทร เหรียญภูมิการกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีคนไข้ป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วง เป็นชายู อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้าง บ้านพักอยู่ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลระยอง และได้เสียชีวิตลงเมื่อกลางดึกวันที่ 14 พฤศจิกายน โดยผู้ป่วยมีโรคประจำตัว และได้ป่วยเป็นโรคอุจระร่วงอย่างรุนแรง ร่างกายขาดน้ำเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเสียชีวิตโดยฉับพลัน ซึ่งโรคนี้เป็นอยู่กันทั่วไป ซึ่งจะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำรุนแรง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำหรือเกลือแร่เข้าไปเสริมในร่างกาย ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากการกินของที่ไม่สุก และอาหารไม่สะอาด
นายสุนทร เหรียญภูมิการกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองเป็นจังหวัดชายทะเล เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงตามแนวชายฝั่ง และประมงน้ำลึกที่มีเรืออยู่มากกว่า 1,500 ลำ และมีลูกเรือต่างด้าวอาศัยอยู่จำนวนมาก ปัญหาที่พบเป็นประจำก็คือ โรคอุจจาระร่วง ในช่วงวันที่ 4 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 พบการระบาดของโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรง จำนวน 56 ราย โดยพบผู้ป่วยที่อำเภอแกลง 2 ราย อำเภอเมือง 54 ราย พบการระบาดในพื้นที่ตำบลปากน้ำ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมง สัญชาติกัมพูชา
จาการวิเคราะห์ข้อมูลเชื่อว่า น่าจะติดเชื้อจากการกินอาหารทะเลที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง ดังนั้น หากออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกร้านที่ได้รับป้ายมาตรฐานร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย หรือสังเกตจากลักษณะร้านค้า การปรุง และอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว หากซื้อของสดมาปรุงเองที่บ้าน ควรเลือกอาหารที่สด ใหม่ และปรุงให้สุก ไม่รับประทานแบบสุกๆดิบๆ หากมีอาหารเหลือค้างมื้อต้องเก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดที่มิดชิด ใส่ตู้หรืตู้เย็นตามลักษณะของอาหาร เมื่อจะนำมารับประทานอีกครั้งควรอุ่นให้ร้อน ที่สำคัญไม่ควรรับประทานอาหารทะเลแบบดิบๆหรือสุกๆดิบๆควรปรุงให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง
นายสุนทร กล่าวแนะนำว่า ทุกคนสามารถหยุดการระบาดโรคอุจจาระร่วงหรือกลุ่มโรคระบาดทางเดินอาหารโดยปฏิบัติตามหลักการป้องกันที่สำคัญ คือ กินอาหารสุกร้อน ใช้ช้อนกลางและล้างมือ ซึ่งการล้างมือต้องล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อน 2 ก่อน และ 5 หลัง ได้แก่ ก่อนปรุงอาหาร และก่อนรับประทานอาหาร 5 หลัง คือ 1.หลังเข้าห้องน้ำ 2.หลังใช้มือหยิบจับสัมผัสสิ่งสกปรก 3.หลังเยี่ยมผู้ป่วยในสถานพยาบาล 4. หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และ 5.หลังกลับจากนอกบ้าน เช่น กลับจากโรงเรียนหรือที่ทำงาน ที่สำคัญการล้างมือที่ถูกต้องยังสามารถป้องกันและรักษาชีวิตคนได้มากกว่าการฉีดวัคซีนหรือการใช้ยารักษาโรค และเป็นวิธีป้องกันโรคที่ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุดวิธีหนึ่ง









