‘กัปตันอุ้ย’เกรียน...กลับใจ

ร.อ.ชำนาญ วงศ์รักษา - กัปตันอุ้ย นายทหารอนาคตไกล พลิกชะตาจากเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตเสเพลสุดโต่ง ผ่านการขัดเกลามุมคิดที่พร้อมจะเป็น ผู้ปกป้อง
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากว่าที่คนๆ หนึ่งจะพบตัวตนของตัวเองนั้นต้องใช้เวลามากพอสมควร ไม่เว้นแม้แต่ ร.อ.ชำนาญ วงศ์รักษา - กัปตันอุ้ย นายทหารนักบิน สังกัดกองร้อยบิน กองพลทหารราบที่ 9 ลับคมความรู้ความสามารถเต็มร้อยทั้งฐานะครูฝึก การปฏิบัติงานภาคสนามในพื้นที่เสี่ยง การไล่ล่าแกะรอยคาราวารยาเสพติด และในเร็วๆ นี้จะได้ใช้คำนำหน้าชื่อ “ดอกเตอร์” รัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งยังได้รับอนุญาตจากกองทัพบกให้มาเป็นผู้ดำเนินรายการแทนคุณแผ่นดิน รายการทีวีที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับพลังแห่งการคิดดี ทำดี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมทำดีตอบแทนคุณแผ่นดิน แต่กว่าจะมาถึงจุดสำเร็จในวันนี้ เส้นทางชีวิตของเขาทั้ง โลดโผน ผกผันและสวิง...ไม่ใช่เล่น
๐ ชีวิตวัยรุ่นของคุณไม่ธรรมดา?
ตอนเด็กผมเกเรมาก เรียนไม่จบชั้นมัธยมอายุ 17 ปีก็ออกจากโรงเรียน ใช้ชีวิตวัยรุ่นกเฬวรากสุดโต่ง เกเรแบบเต็มสตรีม แบบเสียคนไปเลยจนถึงอายุ 22 ปีกว่าจะสวิงกลับมาใช้ชีวิตเป็นคนปกติ ในยุคนั้นนิยมสอบเทียบผ่านการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ผมก็เลยได้วุฒิการศึกษามัธยมปลายมาด้วยช่องทางนี้ แล้วใช้สมัครสอบเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบก หลังจากรับราชการได้ระยะหนึ่งก็สอบเข้าโรงเรียนการบินทหารบก ทำหน้าที่เป็นนักบินของกองทัพบก 8-9 ปี พอก้าวปีที่ 10 ก็มีสิทธิ์สมัครเข้าโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ซึ่งเป็นสถาบันผลิตนายทหารทำหน้าที่ผู้บังคับหน่วยและเสนาธิการของกองทัพบก หมายถึงการเตรียมคนให้พร้อมรับผิดชอบในหน้าที่ที่สูงขึ้น
ตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่ครับ ควบคู่กับเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับทุนเล่าเรียนจากกองทัพบก
๐ จุดที่พลิกมุมความคิดคืออะไร?
ตอนอายุ 22 ปี เห็นเพื่อนเขาเรียนจบปริญญาตรีมีงานทำ ตอนนั้นผมเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็เรียนบ้างไม่เรียนบ้างเลยสอบไม่ผ่าน กำลังขึ้นรถกลับบ้านก็เห็นป้ายรับสมัครสอบเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบก ฉุกคิดได้ว่าเราอายุขนาดนี้ควรจะเรียนจบได้แล้ว เพื่อนที่อายุเท่ากันก็ได้รับปริญญาแล้ว แต่ตัวเราไม่มีอะไรเลย จึงตัดสินใจซื้อใบสมัครสอบเข้าโรงเรียนนายสิบฯ
ผมเติบโตในครอบครัวค้าขายที่ถูกบ่มเพาะในเรื่องการคิด วิธีคิด คุณพ่อคุณแม่สอนคิดสอนทำและทัศนะการมองชีวิต สิ่งเหล่านี้ซึมซับอยู่ภายในและติดตัวมาถือว่าโชคดีมาก การมีวิสัยทัศน์ในการมอง คุณพ่อคุณแม่มองและเราก็คิดตาม ไม่รู้ว่าฟลุคหรือโชคดีรึป่าวที่มองแบบนี้ อย่างน้อยออกจากโรงเรียนก็ยังมีวุฒิการศึกษาตามระดับอายุของเรา ก็เลยทำให้ชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้
คุณพ่อเลี้ยงลูกโดยไม่ดุด่าไม่ตี ท่านบอกคุณแม่เสมอว่าอย่าเช่งลูก ดุได้แต่อย่าสาปแช่งเพราะว่าคำพูดจากปากพ่อแม่คือพรจากสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือกุศโลบายของท่าน แล้วสิ่งที่ก้องในหัวของลูกก็เลยมีแต่สิ่งดีๆ คำพูดดีๆ แม้ว่าลูกจะออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง
เมื่อเกเรจนสุดทางหรือถึงจุดสูงสุด เราก็จะหมดแรงเกเร ทีนี้ก็จะเกิดการฉุกคิด มีคำพูดที่ก้องอยู่ในหัวที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์มันจะกลับมาเตือนจิตสำนึกของเรา คำพูดดีๆ คำสั่งสอนทุกอย่างของพ่อกับแม่จะก้องเตือน
๐ ย้อนกลับไปมองความเกเรของตนเองอย่างไร?
ผมเป็นเด็กเกเร ดื้อเงียบ มีปัญหาเรื่องการรับฟังและเชื่อฟัง แล้วก็ก้าวร้าว ผมโชคดีที่ได้มาอยู่ฝั่งนี้มาเป็นทหาร ถ้าผมไปอยู่อีกฝั่งก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ได้ออกจากคุกรึยัง ครูคณิตศาสตร์เคยพูดกับผมว่า “เธอเหมาะเป็นทหารตำรวจแล้วจะรุ่ง” ซึ่งมันใช่เป็นจริง คนที่เกเรมีความก้าวร้าวข้างใน จำเป็นต้องมีคนส่วนนี้ในสังคมเพื่อทำหน้าที่ปกป้อง ทหารตำรวจจำเป็นต้องมีความเกเรก้าวร้าวเพื่อการปกป้อง มีสัญชาตญาณการต่อสู้และปกป้อง แต่เมื่อได้รับการฝึก มีการศึกษา มีความคิดจะเป็นคนที่มีพลัง มีคุณภาพและจะทำให้เกิดพลังที่ทำให้ความสมดุลในสังคม
ผมเคยเป็นหน่วยปฏิบัติการภาคพื้น เป็นครูฝึกทหาร อยู่หน่วยรบภาคพื้น ผ่านการฝึกทหาร กางเต๊นท์ผูกเปล วางกำลังซุ่มจับ ปิดล้อมตรวจค้น ผมโชคดีที่ได้ผ่านหลักสูตรต่างๆ วัย ถือว่าได้รับการขัดเกลาความคิด ได้รับการฝึกเป็นคนที่มีพลัง มีความสามารถ ได้รับโอกาสเพื่อเป็นคนที่มีขีดความสามารถที่จะทำความดีตามหน้าที่ที่ควรทำ ถือว่าโชคดีที่ได้อยู่ฝั่งทางนี้
๐ ทำไมเลือกรับราชการทหาร?
เป็นความใฝ่ฝันของเด็กต่างจังหวัดที่ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีฐานะ อยากจะเป็น ตำรวจ ทหาร ปลัดอำเภอ หรือเป็นอะไรก็ได้ที่สามารถสอบได้โดยการศึกษา อีกทั้งทัศนคติของพ่อแม่ในต่างจังหวัดที่ให้ความสำคัญกับอาชีพรับราชการ ซึ่งหมายถึงเกียรติและความมั่นคง ตอนที่ผมเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบฯ คุณพ่อยังไม่เชื่อนะ ท่านคิดว่าเสียผมไปแล้ว กู่ไม่กลับแล้ว
๐ คุณมีมุมมองของชีวิตอย่างไร?
ผมมองไปข้างหน้าว่า ณ อายุเท่านี้ชีวิตต้องทำอะไร มีอะไรสำเร็จบ้าง ต้องทำอะไร การสอบเทียบ กศน.ผ่านก็ถือว่าสามารถบังคับตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการใช้ชีวิตวัยรุ่นเกเร 5 ปี อายุ17-22 ปีมันทำให้รู้ทุกแง่มุมในชีวตของคนที่ไม่มีคุณภาพ
ผมสอบเข้าโรงเรียนนายสิบฯ จบมาเป็นสิบตรีจนถึงร้อยเอก เป็นการครองยศที่ไม่เสียเวลาแม้แต่ปีเดียว เมื่อเทียบคนที่จบโรงเรียนนายสิบทหารบกแล้วถือว่า เร็วมากถึงเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา คุณพ่อเคยบอกว่าเด็กเกเรกลับใจก็เหมือนเสือร้ายที่มีพลัง ส่วนผมก็คิดว่าเสียเวลาใช้ชีวิตเสเพลมานานแล้ว ตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะฟุ้งซ่านแล้ว ก็เลยทุ่มเทพลังและขีดความสามารถทั้งหมดที่มี ผมจะไม่ยอมเสียเวลาชีวิตอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าคนอื่นอายุ 22 จบปริญญาตรีและมีงานทำ แต่ผมอายุ 22 ยังไม่มีอาชีพไม่มีงานทำ เพิ่งมาอ่านหนังสือสอบก็เพื่อที่จะมีอาชีพ
๐ จากนักบินมาเป็นคนหน้าจอได้อย่างไร?
เคยมีผู้ใหญ่มองว่า เด็กเกเรหัวหมอน่าจะมีวาทะศิลป์หรือทำงานหาเงินด้วยปาก อย่างเช่น พิธีกร คนอ่านข่าว นักร้อง นักขาย ผู้ใหญ่ท่านนั้นคงเห็นว่าผมมีมุมคำพูดที่แปลกจากคนอื่นและสามารถทำให้คนอื่นหันมาสนใจฟัง พอมีโอกาสก็สมัครเขาโครงการอบรมสานฝันผู้ประกาศของเนชั่นรุ่นที่ 11 แต่ก็คือ ดิจิทัลรุ่น 1 และได้มาดำเนินรายการแทนคุณแผ่นดิน
ผมเป็นลูกพ่อค้าเติบโตในตลาด คุ้นเคยผู้คนจำนวนมาก ไม่อายคน ไม่กลัวคน โดยธรรมชาติแล้วเด็กตลาดจะพูดจาฉะฉาน เมื่อไปเทสต์หน้ากล้อง ไม่รู้สึกเคอะเขิน ไม่ประหม่า เขาให้พูดก็พูด บวกกับเรื่องของการฝึกทหาร ในแถวทหารให้ความรู้สึกน่าเกรงขามสะพรึงกลัว ทหารถือปืนสายตาจ้องทมึง เมื่ออยู่ต่อหน้าแถวทหารในหน้าที่ครูฝึกที่ต้องสาธิตชี้แจง ต้องฉะฉาน ต้องกล้าสบตา แต่กับการเทสต์หน้ากล้องเพียงอยู่ต่อหน้าคนที่ไม่อาวุธในมือ ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวหรือตื่นตัว
ผมเข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการแทนคุณแผ่นดินเป็นปีที่สอง แรกเริ่มนั้นชื่อรายการดำริจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ แล้วก็มีความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆ ฉะนั้น โปรไฟล์ของผู้ดำเนินรายการต้องไม่ใช่เซเลบ นักแสดงนักร้อง ทางเลือกจึงมาลงที่คนธรรมดาสามัญที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร
ขณะที่ตัวผมเองก็ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ประกาศ รับราชการทหารซึ่งทหารมีพลังแห่งความดีจุดเล็กๆ ขณะที่ชีวิตผมก็ไม่ได้ดีเด่น เแต่เป็นแบบอย่างให้ผู้ชมได้ระดับหนึ่ง ผมเชื่อว่าเส้นทางชีวิตของผมสามารถเป็นไอดอลให้กับหลายๆ คน ผมไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อย ผมจบจากโรงเรียนนายสิบ ไม่จำเป็นต้องเรียนสถาบันดีๆ ไม่ต้องกวดวิชา บ้านผมอยู่ต่างจังหวัด ผมเป็นเด็กเกเรที่เพียงแค่คิดกลับใจ ก็น่าจะเป็นแนวทางให้น้องๆ เยาวชนได้ จุดลงตัวเลยเป็นผมครับ
๐ รายการแทนคุณแผ่นดิน?
รายการที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับพลังแห่งการคิดดี ทำดี นำเสนอเรื่องราวของคนต้นแบบ คนที่เป็นแรงบันดาลในการทำดี เราไม่โฟกัสที่การทำความดีเพื่อสังคมอย่างเดียว แต่เป็นอะไรก็ได้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ตัวเขาเองและสังคมรอบข้างเจริญ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ 14.30-15.00น. ทางทีวีดิจิทัลช่อง NOW26
รู้สึกชื่นชมยกย่องและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้สัมผัสชาวบ้าน ที่แม้จะเป็นคนรากหญ้าแต่กลับมีแนวคิดที่คนเมืองอาจไม่ได้คิด การมีโอกาสได้ไปพบปะกับผู้คนที่หลากหลาย มันทำให้ผมเข้าใจในชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะการที่ได้ไปสัมผัสกับคนดีๆ ที่เป็นแบบอย่างของสังคม ได้เรียนรู้ถึงคุณธรรมต่างๆ ที่พวกเขามี เช่น ความกตัญญู การให้ การแบ่งปัน การมองโลกในแง่ดี การไม่ท้อแท้ท้อถอย
ผมสัมผัสได้ถึงพลังในการดำเนินชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น การได้มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เมืองไทยของเรามี ซึ่งสิ่งนี้นั้นพวกเราส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้เคยเห็นหรือไม่เคยคิด ว่าเรื่องราวแบบนี้มีอยู่จริง ได้รู้ว่าในแผ่นดินไทยของเรานี้ยังมีความดีที่งดงามอยู่มากมาย
และที่สำคัญ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวดีๆ แบบนี้ออกสู่สังคมไทย มันอาจเป็นเรื่องราวที่คนไทยในสังคมสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิต เป็นหลักคิดหรือแนวทางในการดำเนินชีวิตได้
“เราอาจจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อม แต่เราก็พร้อมที่จะทำความดี” วลีปิดท้ายการสนทนาจากเสือกลับใจที่ชื่อ ร.อ.ชำนาญ วงศ์รักษา หรือกัปตันอุ้ยของคนหน้าจอ







