อ่านเกมอวกาศ 'ไทยคม' ปักหมุดสเปซเทค เดิมพันศักยภาพประเทศ

อ่านเกมอวกาศ 'ไทยคม'  ปักหมุดสเปซเทค เดิมพันศักยภาพประเทศ

"ไทยคม" เร่งเกมเทคโนโลยีอวกาศ หนุนดาวเทียมเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เสริมอำนาจเทคโนโลยีรับเศรษฐกิจยุคใหม่ มอง LEO ตัวสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ยุคเน็ตบรอดแบนด์

KEY

POINTS

  • ไทยคมยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการดาวเทียมสู่การลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศ (สเปซเทค) เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ลดการพึ่งพาต่างชาติ และเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีโลก
  • บริษัทลงทุนสร้างดาวเทียมดวงใหม่ "ไทยคม 9" และ "ไทยคม 10" เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ และรองรับการเติบโตในตลาดหลักอย่างประเทศไทยและอินเดีย
  • อินเดียเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยไทยคมได้ขยายธุรกิจจากลูกค้าภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลายและมั่นคงยิ่งขึ้น
  • ไทยคมกำลังพัฒนาโมเดลรายได้ใหม่จากดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ซึ่งไม่จำกัดแค่การสื่อสาร แต่รวมถึงการให้บริการโครงสร้างภาคพื้นดิน และการเป็นตัวกลางเชิงพาณิชย์

ท่ามกลางการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจดิจิทัลที่รุนแรงขึ้น “ไทยคม” เดินหมากลงทุนรอบใหม่ ไม่ใช่แค่ต่ออายุดาวเทียม แต่ยกระดับบทบาทสเปซเทคเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ หนุนรายได้ระยะยาว ลดความเสี่ยงพึ่งพาต่างชาติ และเพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศในโลกดิจิทัล

ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ หากแต่กลายเป็น “โครงสร้างอำนาจ” ที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง อุตสาหกรรมดาวเทียมและสเปซเทคจึงถูกยกระดับจากบทบาทเบื้องหลัง สู่หนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคง และการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี

สำหรับประเทศไทย การขยับตัวของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในรอบการลงทุนใหม่ จึงไม่ใช่เพียงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร แต่คือการจัดวางตำแหน่งองค์กรในระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการแข่งขันระดับโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี

ดาวเทียมยังเป็นแกนรายได้หลัก

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โครงสร้างรายได้ของไทยคมในปัจจุบันยังคงยึด “ธุรกิจดาวเทียมสื่อสาร” เป็นแกนหลัก โดยบริษัทให้บริการดาวเทียมรวม 4 ดวง ได้แก่ ไทยคม 7 และไทยคม 8 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัท และไทยคม 4 กับไทยคม 6 ซึ่งเป็นดาวเทียมของภาครัฐที่เคยส่งมอบไปก่อนหน้านี้

แม้ไทยคม 4 และไทยคม 6 จะเป็นดาวเทียมของรัฐ แต่เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการ บริษัทจำเป็นต้องเช่าช่วงสัญญาณกลับมาใช้งาน เนื่องจากธุรกิจดาวเทียมไม่สามารถมี “ช่วงรอยต่อ” ได้ หากเกิดช่องว่างแม้เพียงระยะสั้น ลูกค้าจะได้รับผลกระทบโดยตรง และความเชื่อมั่นจะลดลงทันที

การบริหารอายุดาวเทียมเก่าและการเตรียมดาวเทียมใหม่ต้องเดินควบคู่กันตลอดเวลา ความต่อเนื่องคือหัวใจของโมเดลธุรกิจนี้

อินเดียตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของไทยคมคือ “อินเดีย” ซึ่งถูกมองว่าเป็นตลาดดาวเทียมที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยจำนวนประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และภูมิประเทศที่โครงสร้างพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและพื้นที่ชายขอบ

ไทยคมดำเนินธุรกิจในอินเดียมากว่า 20 ปี ผ่านบริษัทลูก IPSTAR (India) ในกรุงเดลี ทำให้เข้าใจทั้งกฎระเบียบ โครงสร้างตลาด และความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ลูกค้าหลักในอดีตคือหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคม

ปีนี้ บริษัทเริ่มขยายสู่ภาคเอกชน หลังจับมือกับ Hughes India เปิดเกมรุกตลาดใหม่ ทั้งโมบิลิตี้ อินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน และบริการเชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากภาครัฐเพียงด้านเดียว

อุตสาหกรรมอวกาศยังโตแรง

ในมุมเศรษฐกิจมหภาค นายปฐมภพระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ทั่วโลกอยู่ที่ราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี สะท้อนว่าอุตสาหกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคทหารทั่วโลกมองอวกาศเป็น “โดเมนที่ 5” ต่อจากบก ทะเล อากาศ และไซเบอร์ ทำให้ดาวเทียมมีบทบาททั้งเชิงพาณิชย์และเชิงความมั่นคงควบคู่กัน รายได้จากต่างประเทศของไทยคมปัจจุบันอยู่มากกว่า 10% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากตลาดอินเดียและภูมิภาคเอเชีย

ไทยคม 9–10 เสริมความต่อเนื่อง

แผนลงทุนระยะถัดไปของไทยคมอยู่ที่ดาวเทียม “ไทยคม 9” ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก คาดว่าจะขึ้นสู่วงโคจรและพร้อมให้บริการภายในปลายไตรมาส 2 ปีหน้า เพื่อรองรับช่วงรอยต่อหลังสิ้นสุดสัมปทาน และป้องกันการสูญเสียลูกค้าในระยะสั้น

ถัดจากนั้นในปี 2027 บริษัทเตรียมส่ง “ไทยคม 10” ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยแอร์บัส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีทีมวิศวกรติดตามอย่างใกล้ชิด ดาวเทียมทั้งสองดวงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับตลาดอินเดียและประเทศไทยเป็นหลัก พร้อมขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค

ปัจจุบัน ไทยคม 10 มีการขายความจุล่วงหน้าแล้วประมาณ 50–60% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 75% ก่อนการยิงจริง เพื่อลดความเสี่ยงทางการลงทุน โดยคาดว่าหลังเปิดให้บริการจะสามารถเติมความจุเต็มภายใน 12 เดือน

ธุรกิจ LEO โมเดลรายได้ใหม่

สำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) นายปฐมภพอธิบายว่า โมเดลรายได้ไม่ได้จำกัดแค่การขายบริการสื่อสาร แต่ครอบคลุมรายได้จากโครงสร้างภาคพื้นดิน เช่น สถานีภาคพื้น การติดตั้ง การดูแลระบบ และรายได้จากบทบาทตัวกลางเชิงพาณิชย์ เนื่องจากผู้ให้บริการต่างชาติที่เข้ามาในไทยต้องดำเนินการผ่านไทยคม

บริการ LEO ยังรองรับการสื่อสารแบบ two-way เช่น SMS, SOS และข้อมูลขนาดเล็ก โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม ซึ่งถูกใช้งานแล้วในกลุ่มความมั่นคงและการขนส่ง

คุมโครงสร้างลดความเสี่ยงประเทศ

ในระยะยาว ไทยคมประเมินว่า รายได้หลักราว 70% จะยังมาจากธุรกิจดาวเทียม ขณะที่ธุรกิจใหม่จะเพิ่มเป็นประมาณ 30% ภายใน 4–5 ปี แม้สัดส่วนจะไม่สูงนัก แต่เมื่อฐานรายได้รวมขยายตัว ตัวเลขดังกล่าวจะมีนัยสำคัญมากขึ้น

นายปฐมภพย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการเติบโตของรายได้ แต่คือ “การควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน” โดยเฉพาะจุด Gateway ซึ่งต้องตั้งอยู่ในประเทศไทยและอยู่ภายใต้การกำกับของผู้ประกอบการไทย เพื่อให้หน่วยงานรัฐและด้านความมั่นคงมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของประเทศไม่ถูกควบคุมจากภายนอก

บทเรียนจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่า ในภาวะปฏิบัติการจริง โครงข่ายภาคพื้นดินอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอดเวลา ดาวเทียมจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นหลักประกันเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและความมั่นคง

สำหรับไทยคม การลงทุนในสเปซเทคจึงไม่ใช่แค่โจทย์เชิงธุรกิจ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสถียรภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่รองรับทั้งเศรษฐกิจ ภารกิจของรัฐ และความสามารถในการตัดสินใจของประเทศในระยะยาว