"หมอสมาน"เผย19 ต.ค.นี้ เรียกคู่กรณีโพสต์โชว์ขวดเบียร์ให้ถ้อยคำ ชี้ดาราโพสต์รอดยาก ระบุแม้ไม่ได้รับเงิน แต่ก็ถือเข้าข่ายชวนบริโภค
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดารา นักแสดง นักจัดรายการวิทยุหรือดีเจ โพสต์ภาพตัวเองคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งว่า ในวันจันทร์วันที่ 19 ต.ค.จะเชิญฝ่ายที่ตกเป็นประเด็นมาคุยที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยจะเริ่มที่นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารบริษัท บุญรอดฯ มาให้ถ้อยคำ จากนั้นจะเชิญวีเจ ดีเจ ดารา ที่อยู่ในข่ายมาให้ถ้อยคำ จากนั้นจะเชิญตัวแทนบริษัท ไทยเบฟฯ มาให้ถ้อยคำด้วย
"จะเชิญทั้งหมดไม่เอียงข้างไหน ส่วนที่ต้องเชิญทางบุญรอดก่อน เพราะเขาเป็นผู้เปิดประเด็นว่ามีการกระทำแบบนั้น เพื่อดูว่ามีหลักฐานหรือมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่ อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าเป็นการโฆษณา ส่วนกรณีไทเบฟยืนยันไม่ได้เป็นการจ้างดารา อันนี้ฝ่ายที่จะตัดสินคือศาล หน้าที่ของหมอคือการรวบรวมพยานหลักฐานให้ศาลช่างน้ำหนักว่าจะเชื่อฝ่ายใด และหมอเป็นคนกลาง ส่วนการส่งศาลฟ้อง ตามขั้นตอนหมอจะรวบรวมหลักฐานในชั้นต้นฐานะเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจ จากนั้นจะทำสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะเจ้าพนักงานสอบสวน จากนั้นตำรวจจะส่งให้อัยการเป็นผู้ส่งฟ้อง"นพ.สมาน กล่าว
หลักฐานที่จะยืนยันการกระทำความผิดและดำเนินการได้นั้นต้องรวบรวมสำนวนทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนกลั่นกรองตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้วซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของทางสำนักงาน และหลังจากรวบรวมสำนวนครบทุกฝ่ายแล้ว จะส่งให้คณะอนุกรรมการพิจาณาการกระทำความผิดตามกฎหมายเป็นผู้พิจารณาว่าสำนวนอย่างนี้มีอะไรที่มีช่องโหว่ หรือต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเติม หากคณะอนุกรรมการเห็นชอบ ก็ส่งสำนวนให้ทางตำรวจร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป
ส่วนเรื่องความผิดทางจรรยาบรรณนั้น นพ.สมาน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่องค์กรที่ควบคุมกำกับดูแลดารา ดีเจ ต้องดูแลภายใต้องค์กรของเขา การเอาผิดในแง่ของจรรยาบรรณ กรณีที่ช่วยเหลือด้วยน้ำใจ โดยอ้างว่าไม่ได้มีการรับเงินค่าจ้าง นพ.สมาน กล่าวว่า อันนี้ยังไงก็ถือมีความผิดอยู่แล้ว ซึ่งถือว่ามีความผิด 2 กรณีคือกรณีถ้าโพสต์เพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ถือว่ามีความผิดแล้ว ผลประโยชน์มีหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องรับเงินจากการโพสต์ รับผลประโยชน์อื่นใด หรือไม่ได้ผลประโยชน์เลยก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า รู้จักกันแล้วโปรโมตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เขา ถือว่าเพื่อประโยชน์ทางการค้า ถือว่ามีความผิดแล้ว
ในส่วนกรณีที่ 2 แม้ไม่ใช่ประโยชน์ทางการค้า แต่ด้วยความเป็นดารา และไปโพสต์มีเครื่องหมายเครื่องดื่มที่ชัดเจน ร่วมกับว่ามีการกระทำอวดอ้างสรรพคุณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้นการที่เป็นดารามีบรรทัดฐานของกฎหมายวางไว้ การโฆษณาที่มีรูปดารา นางแบบ หรือนักกีฬาที่มีชื่อเสียง เท่ากับมีการอวดอ้าง ชักชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงแล้ว เพราะดาราชัดๆเลย กรณีปัจจุบันดารามีคนตามในอินตาแกรมเป็นล้านๆ ตรงนี้ความเป็นดาราเป็นแม่เหล็กอยู่แล้ว ถือเป็นตัวอย่าง ตรงนี้ในบรรทัดฐานกฎหมายที่มีมาสิบกว่าปีแล้ว ถือเป็นการชักชวนอุปโภคโดยตรงและโดยอ้อมอยู่แล้ว
"ดารารอดยาก เพราะอันที่หนึ่งเพื่อประโยชน์ทางการค้า กรณีที่สองแม้ไม่ได้รับผลประโยชน์ แต่ตัวเองเป็นดารามีชื่อคู่กับเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือว่าผิด ซึ่งในกรณีที่สองค่อนข้างไม่รอด เพราะความผิดชัดเจน ต่อจากนี้ทางผมจะทำงานร่วมกับทางตำรวจ รวบรวมข้อเท็จจริงดูข้อกฎหมาย ส่งฟ้องต่อไป กฎหมายมันชัดเจนอยู่แล้ว"นพ.สมาน กล่าว






