"หมอปิยะสกล"สั่งอภ.เดินหน้าก่อสร้างโรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เสร็จ หลังใช้เวลาร่วม 8 ปียังไม่เสร็จ
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) นำเสนอการดำเนินงานของอภ.ในโอกาสที่ศ.คลินิก เกียรติคณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ตรวจเยี่ยเพื่อมอบนโยบายต่อภ.และเยี่ยมชมโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ของอภ.ที่รังสิตคลอง 10 ว่า
การดำเนินงานของอภ.ในปี 2558 มีรานได้นำส่งรัฐ 515 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ที่นำส่ง 493 ล้านบาท นอกจากนี้ รอบ 10 เดือน ตั้งแต่เดือนนตุลาคม 2557-กรกฎาคม 2558 มีการจัดหายาเชิงสังคมที่จำเป็น ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่อภ.ผลิตหรือจัดหาเพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ สนองนโยบายรัฐ ทดแทนการนำเข้าหรือที่มีผู้ผลิตน้อยราย ทำให้ช่วยรัฐประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาไปแล้ว ประมาณ 4,090.89 ล้านบาท
นพ.นพพร กล่าวอีกว่า โรงงานผลิตยาที่พระราม 6 ผลิตยาได้ 5,000 ล้านเม็ดต่อปีส่วนนโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ที่รังสิตจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก50 %ของโรงงานเดิม คือ สามารถผลิตยาได้ 2,500 ล้านเม็ดต่อปี ทั้งยาเม็ดและยาแคปซูล จำนวน 32 รายการ ในกลุ่มยาที่มีมูลค่าการใช้สูง ยาที่มีความจำเป็นต่อระบบสาธารณสุขไทย เชน ยาเบาหวาน ยาความดัน และยาต้านไวรัสเอดส์ เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วย ยาแคปซูล 16 รายการ มีกำลังการผลิต 500 ล้ารเม็ดต่อปี ยาเม็ด 16 รายการ มีกำลังการผลิตมากกว่า 2,000 ล้านเม็ดต่อปี จะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาคุณภาพได้มากขึ้น โดยขณะได้เริ่มการผลิตยาแล้ว คือ ยาปฏิชีวนะ ยารักษาอาการปลายประสาทอักเสบ
ส่วนยาอื่นๆ อาทิ ยาต้านไวรัสเอดส์ ยารักษากรดไหลย้อน ยาลดความดันโลหิต จะทยอยดำเนินการผลิตให้เต็มศักยภาพกลางปี 2560 และได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)มาตรวจประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานคาดว่าจะได้การรับรองภายในปี 2558 “ในส่วนของโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกตามมาตรฐาน WHO-GMP ที่จ.สระบุรี ขณะนี้ได้ให้บริษัทผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างต่อแล้ว จะแล้วเสร็จในปลายปี 2559 หลังจากล่าช้ามานานหลายปี เพราะมีการเปลี่ยนแบบการก่อสร้าง น้ำท่วมฐานราก และน้ำท่วมสถานที่ก่อสร้าง ส่วนเรื่องเครื่องมือที่สั่งซื้อมาล่วงหน้า 2 ปี แต่ไม่ได้ใช้งาน ทำให้ชิ้นส่วนบางอันเสียหาย ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนงบฯมาปรับปรุงแล้ว หากโรงงานแล้วเสร็จและวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลผ่านการขึ้นทะเบียน ในภาวะปกติจะมีกำลังผลิตได้ ปีละราว 2 ล้านโด๊ส และขยายได้สูงสุดถึง 10 ล้านโด๊ส แต่หากเกิดกรณีเกิดการระบาดใหญ่จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ 60 ล้านโด๊ส”นพ.นพพรกล่าว
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องการก่อสร้าางโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ขอให้เดินหน้าต่ออย่างเต็มที่เพราะโรงงานวัคซีนถือเป็นมหากาพย์ที่ยาวนาน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นเวลา 8 ปีแล้วยังก่อสร้างไม่เสร็จ หากสามารถดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นการทำให้การผลิตวัคซีนของไทยเองเกิดขึ้น แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วย
"อภ.ต้องบริหารจัดการแบบเออกชน แต่ทำเพื่อประชาชนเป็นหลลัก และสามารถแข่งขันกับเอกชนจากทั้งในและระดับนานาชาติได้ เพื่อทำให้อภ.พึ่งพาตนเองได้ อยู่ได้ อยู่ดีและประชาชนอยู่ดีด้วย ต้องดึงราคายาให้เหมาะสมกับประชาชน และต้องมองถึงตลาดในประเทศข้างเคียงด้วย โดยเฉพาะอาเซียนที่ต้องการยามีคุณภาพและราคาไม่แพงด้วย"ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว









