"ยงยุทธ"ระบุเงินรัฐหนุนบัตรทองอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาเงินจากแหล่งอื่นสมทบ ยันยังไม่คิดเรื่องเพิ่มภาษี ส่วนร่วมประกันเป็นไปได้
กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)-ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองหรือ 30 บาทรักษาทุกโรค หลังเป็นประธานประชุมเรื่องโรคอุบัติใหม่ว่า นายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องนี้อย่างกว้างๆว่าต้องหาเงินงบจากแหล่งอื่นเข้ามาสนับสนุนเข้ากองทุนหลักประกันด้วยฯ เนื่องจากจะใช้งบประมาณจากรัฐเพียงอย่างเดียวไม่พอ ซึ่งอาจจะขอสมทบจากประชาชนที่อยู่ในสิทธิบัตรทอง หรือจากผู้ที่สามารถอุทิศบางส่วนให้กองทุนฯ รวมถึง การเก็บภาษีก็เป็นข้อเสนอหนึ่ง
เช่นเดียวกับที่มีการระบุในใบเสียภาษีว่าประสงค์จะบริจาคให้พรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีข้อเสนอจากหลากหลายภาคส่วนในการหาแนวทางหาเงินสนับสนุนเข้ากองทุนหลักประกันฯ ซึ่งจะมีการรับฟังความเห็นอย่างรอบคอบแล้วนำมาประมวลอีกครั้งหนึ่งก่อนเป็นข้อสรุป
"ขอยืนยันว่ายังไม่คิดเรื่องเพิ่มภาษีแต่อย่างใด ส่วนการร่วมจ่ายหากจะเป็นแนวทางหนึ่งก็จะต้องไม่ใช่การร่วมจ่ายที่เรียกเก็บจากประชาชนในแต่ละครั้งที่มาเข้ารับบริการ หากเป็นเรื่องร่วมประกัน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมสมทบตั้งแต่แรกที่ยังไม่เจ็บป่วยก็เป็นไปได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้รูปแบบไหนแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการพิจารณา"ศ.ดร.ยงยุทธกล่าว
ด้าน ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข( รมว.สธ.) กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีการบริจาค หรือร่วมจ่ายให้ระบบบัตรทองยั่งยืน ขณะนี้เป็นเพียงข้อเสนอกว้างๆ จากหลายภาคส่วน ต้องรอให้คณะกรรมการจัดทำแนวทางระดมทรัพยากรเพื่อความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพ ที่มี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นประธาน และมี ดร.อัมมาร สยามวาลา เป็นที่ปรึกษา โดยอยู่ระหว่างทำงานในเรื่องการทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพฯยั่งยืน






