วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ยืนยันโอมานติดเชื้อ'เมอร์ส'ปลอดภัย หากผลเลือดติดลบ

“นพ.รัชตะ” เผยหากตรวจผู้ติดเชื้อ “เมอร์ส” ชาวโอมาน ผลเป็นลบอีก2ครั้ง ใน14วัน จะยืนยันได้ว่าปลอดภัย วอนเชื่อมั่นมาตรการป้องกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าหลังพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ในประเทศไทย ว่า เช้าวันนี้ผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อมีอาการดีขึ้นสามารถเคลื่อนไหวได้บ้างส่วนญาติผู้ป่วยจำนวน 3 คนยังแข็งแรงดี ขณะผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเดิมมี 176 คน ตอนนี้ก็ลดลงเรื่อยๆ และบางคนก็เดินทางออกนอกประเทศไทยไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม หากทีมแพทย์ของเราตรวจผู้ติดเชื้อชาวโอมานพบว่าเป็นผลลบอีก 2 ครั้งภายใน 14 วันก็จะยืนยันได้ว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นห่วงและหวังให้เราควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนฤดูการท่องเที่ยวของไทยจะมาถึงนั้น สธ.เองก็พยายามสร้างระบบและมาตรการป้องกันพร้อมกับเฝ้าระวังผู้ป่วยรายใหม่อย่างเต็มที่ และไม่ได้ปิดกั้นการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแต่อย่างใด ส่วนคนไทยยังสามารถเดินทางออกไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคือสร้างเกราะกำบังภูมิคุ้มกันประชากรไทยให้เข้มแข็งพอ และพร้อมที่จะคัดกรองตลอดเวลาว่าผู้ใดมีความเสี่ยงติดเชื้อโรคก่อนเข้าภายในประเทศไทย โดยสธ.ได้แจกแผ่นพับให้ผู้โดยสารขาเข้าประเทศทั้ง 37 เที่ยวบินว่าทุกคนมีความเสี่ยง และหากมีไข้ในระหว่างเดินทางหรือเมื่อเดินทางมาถึงต้องแจ้งสายด่วน 1669 โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพราะเราจะส่งทีมแพทย์ไปรับถึงสนามบินทันที

“นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศขอให้มีความเชื่อมั่นว่าเรามีมาตรการเฝ้าระวังและเกราะป้องกันที่เข้มแข็งพอในการเฝ้าระวังโรคชนิดนี้ ตั้งแต่เครื่องบินก่อนลงจอดและขึ้นบิน รวมถึงระหว่างเดินทาง หรือแม้กระทั่งแท็กซี่ที่ออกจะสนามบินระหว่างประเทศ ตลอดจนโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชนที่มีความพร้อมในการรับผู้ป่วยอยู่แล้ว” นพ.รัชตะ กล่าว  

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีกระแสโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งปฏิเสธรับผู้ป่วยที่อาจเสี่ยงติดเชื้อ จึงส่งต่อสถาบันบำราศนราดูรแทนนั้น นพ.รัชตะ กล่าวว่า เราได้นัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่งเรื่องการขอให้ความร่วมมือ และยืนยันว่าโรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถปฏิเสธผู้ป่วยแต่กระแสข่าวที่ออกมาทางโรงพยาบาลเอกชนได้ประสานกับสธ.ว่าหากมีความกังวลว่าผู้ป่วยอาจตัดเชื้อก็ให้ประสานส่งตัวไปยังสถาบันบำราศนราดูรได้

ต่อข้อถามที่ว่าหากประชาชนที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้หรือพื้นที่เสี่ยงต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการถึง 14 วันทางสธ.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง นพ.รัชตะ กล่าวว่า คนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะเดินทางไปโรงพยาบาลเอกชนทางสธ.ก็ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดในส่วนของการเฝ้าระวัง

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังของสธ.หรือไม่ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พบนายกฯ แต่ได้รายงานความคืบหน้าทุกระยะให้ทางนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสธ.รับทราบตลอดและทางสธ.เองก็ทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทุกระยะอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และการสั่งพักราชการนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ.ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ผลการตรวจสอบทุกอย่างอยู่ในมือนายกรัฐมนตรีหมดแล้ว นายกฯ ก็จะเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง ส่วนตัวในฐานะเจ้ากระทรวงก็พยายามทำให้ข้าราชการทุกคนในสธ.สามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น ส่วนตนก็ทำงานได้ตามปกติและราบรื่นดี