สธ.เผยอาการผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในไทยดีขึ้น รับประทานอาหารอ่อนได้ ยังไม่ประมาท เหตุอายุเยอะ-มีโรคประจำตัว เตือน "ยาอม็อกซี่" รักษาเมอร์สไม่ได้
นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ว่า อาการของผู้ป่วยโรคเมอร์ส ในไทยรายแรกดีขึ้นรับออกซิเจนน้อยลงเพราะหายใจได้เองดีขึ้น ผลการเอ็กซ์เรย์ปอดดีขึ้น รับประทานอาหารอ่อนๆ ได้ ส่วนญาติอีก3คน ไม่มีอาการไข้ ไม่มีอาการไอ โดย2คนที่ยืนยันผลตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นลบ ส่วนอีกรายที่ไม่สามารถยืนยันผลได้นั้นวันนี้รายดังกล่าวไม่มีอาการไข้ออกมาแล้ว ดังนั้นตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกก็จะไม่มีการตรวจเชื้อแล้วในวันนี้ แต่จะพิจารณาอีกครั้งใน1-2วัน ว่าจะต้องตรวจเชื้อซ้ำหรือไม่ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในห้องแยกโรคจนครบ14วัน
นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ทราบข้อมูลแล้วมีจำนวน175คน บางส่วนได้เชิญตัวมาอยู่ที่สถานพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ ขณะที่บางส่วนให้กักตัวเองอยู่กับบ้านภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค14วัน ทั้งนี้ ในจำนวนดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หรือเสี่ยงน้อยจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากมีการปรับลด ปรับเพิ่มระหว่างวัน ซึ่งบางคนจากที่เคยจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงก็ปรับมาเป็นผู้มีความเสี่ยงน้อย กรณีของชาวบุรีรัมย์ที่เดินทางมาสายการบินเดียวกันและนั่งใกล้กับผู้ป่วยรายแรกนั้นสามารถติดตามตัวได้แล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่19มิ.ย. ซึ่งเจ้าตัวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอนนี้อาการเป็นปกติ อยู่ในการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่นเดียวกับคนขับแท็กซี่เมื่อวานก็สามารถติดตามจนครบแล้วเช่นเดียวกัน
นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่19มิ.ย.ได้เชิญรพ.เอกชน10แห่ง ที่ชาวตะวันออกกลางนิยมมาใช้บริการ มาหารือเกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังและคัดกรองโรค ซึ่งทุกรพ.มีระบบคัดกรองคนไข้ก่อนที่จะเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทย โดยมีบริษัทเอเจนซี่ในตะวันออกกลางประสานข้อมูลจากแพทย์ในประเทศนั้นๆ ก่อนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากมีอาการของโรคมากตามกฎของสายการบินทั่วโลกไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่เดินทางเข้ามาเองมักจะมีสุขภาพดี ถ้ามาเจ็บป่วยที่ประเทศไทยทางรพ.เอกชนก็มีการเตรียมความพร้อมในการคัดกรองและแยะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ป่วยทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในวันที่22มิ.ย.นี้ จะเชิญรพ.เอกชน และคลินิกเอกชน ประมาณ100แห่งเข้ามาหารือเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค แต่รพ.ส่วนใหญ่ก็มีมาตรการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ และห้องแยกโรคอยู่แล้ว
“กรณีที่มีข่าวลือในช่องทางต่างๆ ว่าพบผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัย เมอร์สในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรพ.สมุทรปราการ หรือ ชาวต่างชาติที่จังหวัดอุดรฯ หรือในจังหวัดอื่นๆ ขอยืนยันว่ขณะนี้ประเทศมีผู้ป่วยโรคเมอร์สเพียงรายเดียว ไม่อยากให้ประชาชนเชื่อข่าวลือจาดโวเชียลมีเดีย ให้รับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค1422และขอความกรุณาให้เคารพสิทธิของผู้ป่วยหรือผู้ที่เข้าระบบติดตามด้วย ไม่เปิดเผยชื่อ ที่อยู่ ไม่ตามไปถ่ายภาพที่บ้านหรือภาพญาติ หรือผู้ป่วยเอง เพราะถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สายการบินจากประเทศตะวันออกกลาง และประเทศเกาหลีใต้จะเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งผอ.ท่าอากาศยานจะเปิดช่องทางพิเศษสำหรับผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคให้เข้าสู่ระบบคัดกรองก่อนให้เข้าผ่านตม.เข้ามาในประเทศ”นพ.สุรเชษฐ์กล่าว
ด้านพญ.จริยา แสงสัจจา ผอ. สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ขณะนี้อาการดีขึ้น อยู่ในห้องแยกโรค แต่รับปริมาณออกซิเจนน้อยจาก5ลิตร เหลือ2ลิตรและรับประทานอาหารได้เอง ขณะนี้บุตรชาย และน้องชาย อาการไข้ ไอ ลดลง ส่วนภาวะความเครียด หรือวิตกกังวลก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากมีล่ามจากโอมานช่วยเรื่องการสื่อสาร นับเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องตระหนักว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะเป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว
นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่าพบผู้ป่วยต้องสงสัยป่วยเมอร์ส ที่รพ.ศิริราช ว่า ขอยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรคเมอร์ส ที่รพ.ศิริราชแต่อย่างใด ส่วนภาพบุคลากรของ รพ.ศิริราชสวมชุดป้องกันโรคนั้นเป็นเพียงภาพเก่าของการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ทั้งนี้มาตรการควบคุมป้องกันการระบาดของเมอร์ส ยังอยู่ในระดับ 1 อยู่ในความดูแลของกระทรวงสาธารณสุข หากกระทรวงรับไม่ไหวถึงยกมาตรการป้องกันระดับ 2 คือให้รพ.ในโรงเรียนแพทย์ร่วมกันรับสถานการณ์
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่า“ให้ทุกคนซื้อยาอม็อกซี่ ติดบ้านเอาไว้ ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อที่สามารถรักษาโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน คนที่ป่วยไข้หวัดรุนแรงกินทันทีจะรักษาได้ แผงหนึ่งมี20เม็ด ต้องบอกร้านยาต้องเป็นอม็อกซี่ของเมืองนอกเท่านั้นกล่องขาวแดง”ว่า อท็อกซิลิน (Amoxycillin)เป็นยาปฎิชีวนะรักษาเชื้อแบคทีเรีย ใช้ไม่ได้กับไวรัสใดๆรวมทั้งเมอร์ส ขณะนี้การรักษาเมอร์สทำได้เพียงแค่การประคับประคองตามอาการเท่านั้น
อนึ่ง ตั้งแต่ต้นปี2558จนถึงปัจจุบันกระทรวงมีระบบการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้และตะวันออกกลาง โดยได้คัดกรองผู้ที่มีอาการไข้และส่งเชื้อตรวจจำนวน38ราย เป็นคนที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้23ราย และตะวันออกกลาง15ราย ผลการตรวจทุกรายเป็นลบ ไม่ติดเชื้อเมอร์ส แต่อย่างใด





