คร.ประกาศคนแก่-ป่วยเรื้อรัง เลี่ยงเกาหลี ประเทศเมอร์สระบาด กำชับมัคคุเทศก์เจอคนเกาหลีมาไทยป่วย ไข้ ไอ นำส่งแพทย์ทันที
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหารือกับตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรีและองค์กรด้านการท่องเที่ยว อาทิ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว และสมาคมมัคคุเทศก์ เป็นต้น ว่า กรมควบคุมโรคได้ออกประกาศ เรื่อง โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส โดยมีคำแนะนำสำหรับผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค โดยจากข้อมูลที่มีในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดในช่วงที่มีการระบาดของโรค
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับบุคคลทั่วไป ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ให้คำแนะนำในการเลี่ยงการเดินทาง แต่ควรปฏิบัติตน ดังนี้ 1.หากไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานพยาบาลในช่วงที่มีการระบาดของโรค 2.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปหรือสัมผัสฟาร์มสัตว์ หรือสัตว์ป่าต่างๆหรือดื่มน้ำนมดิบ โดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะน้ำนมอูฐ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อได้ 4.ปฏิบัติตามสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่
5.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ เมื่อไอหรือจามควรใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกทุกครั้ง และทิ้งกระดาษชำระที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่ปิดมิชิดและล้างมือให้สะอาด สวมหน้ากากอนามัย กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ควรไอหรือจามลงบนเสื้อผ้าบริเวณต้นแขน ไม่ควรจามรดมือและรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และ6.หลังจากกลับจากการเดินทาง หากภายใน 14 วัน มีอาการไข้ ไอ หรือเจ็บคอ หรือมีน้ำมูกให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือ โทร 1669 พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามแนวทาง คำแนะนำ และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ด้านนายกฤชณัฐ มีสำราญ อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า สมาคมมีบริษัทสมาชิกที่ให้บริการนำคนไทยไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ราว 700 แห่ง ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเมอร์สในประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้คนไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวลดลงประมาณ 30 % ทั้งเดินทางแบบกลุ่มและรายบุคคลจากที่ปกติมีเดินทางไปประมาณ 1,500 คนต่อวัน โดยมีทั้งเปลี่ยนเส้นทางไปในประเทศอื่นและชะลอการเดินทางออกไป 1-2 เดือนเพื่อให้การระบาดของโรคสงบลง
นายเชิดศักดิ์ ดาวแก้ว นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า สมาคมมีบริษัทที่ให้บริการคนเกาหลีใต้มาท่องเที่ยวในประเทศ ราว 100 แห่ง ซึ่งได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและแนวทางการเฝ้าระวังโรคกับมัคคุเทศก์ทุกคนแล้ว โดยให้สังเกตอาการป่วยของลูกทัวร์ทุกคนหากพบว่ามีอาการไอ จาม มีไข้ให้นำส่งแพทย์เพื่อรับการปรึกษาทันที
นายอรุณ บุญมาเลิศ รองประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพ กล่าวว่า คนไทยมุสลิมจะเดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย 2 ช่วง คือ ประกอบพิธีฮัจญ์ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมของทุกปีและอุมเราะห์ จะเดินทางไปในช่วงเวลานี้ ซึ่งมีบริษัทและสมาคมประกอบการฮัจญ์ในไทยประมาณ 90 กว่าแห่ง ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่จัดไปอุมเราะห์ได้เพียง 6 บริษัทเนื่องจากที่เหลือติดสัญญากับประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งผู้ที่จะเดินทางไปทุกคนจะได้รับการดูแลจากกรมควบคุมโรคตั้งแต่ก่อนเดินทางด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และไข้หวัดใหญ่ โดยจะมีสมุดสุขภาพทุกคน จึงอาจพิจารณาเพิ่มโรคเมอร์สเข้าไปใส่ไว้ในสมุดสุขภาพด้วย
อนึ่ง ประเทศที่พบผู้ป่วยโรคเมอร์สส่วนใหญ่จากประเทศในแถบตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย จอร์แดน คูเวต โอมาน กาตาร์ และสาธารณรัฐอาหรับอีมีเรต และประเทศเกาหลีใต้







