ดีเดย์เข้ม4 มาตรการป้อง “ไวรัสเมอร์ส”แพร่ไทย ตรวจนักท่องเที่ยวโสมขาวเข้า-ออก เตรียมเฝ้าระวัง 30 วันส่งแพทย์สนามช่วยแสวงบุญ
ที่ทำเนียบรัฐบาลนพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงภายหลังการประชุมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เสนอมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโรคการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์2012 หรือ “ไวรัสเมอร์ส” ให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งโรคระบาดดังกล่าวเกิดในภูมิภาคตะวันออกกลางในปี2555 ที่ระบาดมากที่สุดในประเทศซาอุดิอาระเบีย ต่อมามีการแพร่ระบาดไปหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้พบผู้ป่วยในประเทศเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น ทางสธ.จึงเสนอต่อครม.เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันในไทย
นพ.โสภณ กล่าวถึงมาตรการแรกป้องกัน“ไวรัสเมอร์ส” อีกว่า ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้บรรดาชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญ (พิธีฮัจญ์) ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจำนวนมาก ทาง สธ.จึงมีมาตรการในการตรวจสุขภาพ ให้คำแนะนำการป้องกัน แจกหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือในการป้องกันโรคในช่วงที่เดินทางไปซาอุดิอาระเบีย ขณะเดียว สธ. จะจัดทีมแพทย์สนามติดตามไปด้วยจำนวน 40 คน ที่จะเดินทางไปตั้งโรงพยาบาลสนาม หลังจากผู้แสวงบุญมุสลิมกลับมา เราจะมีการติดตามเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 30 วันเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันทีี่หากมีอาการ
“การเฝ้าระวังดังกล่าวนี้จะขยายไปยังผู้ที่ไปแสวงบุญนอกฤดูการ (อุมเราะฮ์) รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไปเกาหลีใต้ตอนนี้เช่นกัน มาตรการที่ 2 คือ การทำแผนรับมือตามด่านเข้าเมืองต่างๆ อย่างเข้มงวดเนื่องจากโรคดังกล่าว จะต้องตรวจพบในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุดก่อนเข้าประเทศ นอกจากนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆ ด้วย” นพ.โสภณ กล่าวและว่า หากพบว่า มีผู้ป่วยที่มีอาการไข้ หรือป่วยภายใน 14 วัน หลังจากกลับจากต่างประเทศจะต้องตรวจพบให้ได้ และมาตรการที่ 3 คือการรักษาพยาบาลที่จะเตรียมห้องแยกกันติดเชื้อเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยในโรคนี้ โดยเฉพาะเพื่อป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากเราพบบทเรียนมาแล้วจากเกาหลีใต้ที่ไม่สามารถตรวจพบผู้ป่วยติดต่อในโรงพยาบาลได้ทัน สุดท้ายมาตรการที่ี่ 4 คือการสอบสวนควบคุมโรคสำหรับบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดจะต้องได้รับการตรวจสอบ ดำเนินการกักตัวหากติดเชื้อจะได้รักษาได้เร็วที่สุด ไม่ให้แพร่โรคต่อได้








