คกก.สาธารณสุขผ่านร่างคุมเข้มผลิตน้ำแข็ง ชงท้องถิ่นออกข้อกำหนด ควบคุมสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็ง
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ร่างคำแนะนำ เรื่อง การควบคุมการประกอบกิจการการผลิต สะสม แบ่งบรรจุ และค้าส่งน้ำแข็ง ได้ผ่านมติของคณะกรรมการสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว รอเสนอให้ประธานคณะกรรมการสาธารณสุขลงนาม โดยทางกรมอนามัยเตรียมส่งเสริมสนับสนุนให้ราชการส่วนท้องถิ่นนำเอาคำแนะนำดังกล่าวไปออกเป็นข้อกำหนดท้องถิ่น เพื่อใช้ควบคุมสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็ง รวมไปถึงสถานที่สะสม แบ่งบรรจุ และค้าส่งน้ำแข็ง เนื่องจากน้ำแข็งยังเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดโรคท้องร่วง ขณะที่ความต้องการบริโภคน้ำแข็งจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในรูปแบบการใส่ในเครื่องดื่มต่าง ๆ หรือการใส่ในขนมประเภทเย็น เช่น น้ำแข็งไส น้ำปั่น เป็นต้น และน้ำแข็งมีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น การใช้แช่อาหารสดเพื่อถนอมอาหาร ชะลอการเน่าเสีย การบดผสมกับเนื้อในการทำลูกชิ้น
“หากกระบวนการผลิตไม่ปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาล หรือไม่ควบคุมดูแลในด้านสุขลักษณะ ทั้งการผลิต การขนส่ง การเก็บรักษา และจำหน่ายอย่างดีแล้ว อาจเกิดการปนเปื้อนและเป็นแหล่งแพร่กระจายของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการป่วยจากโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคได้ ดังนั้น การควบคุม ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามหลักการสุขาภิบาล ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบรรจุ การขนส่ง และการจำหน่าย จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค”นพ.สมศักดิ์กล่าว
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการสุ่มสำรวจความปลอดภัยอาหารของสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำร่วมกับศูนย์อนามัยที่ 1-12 ในปี 2555 พบว่า น้ำแข็งเพื่อบริโภคที่มีการจำหน่ายในร้านอาหารและแผงลอยจำนวน 142 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียถึง 48 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 33.8 จะเห็นได้ว่าน้ำแข็งที่บริโภคนี้ยังมีการปนเปื้อนสูง ซึ่งเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียแม้จะไม่ใช่เชื้อโรคที่มีอันตราย แต่เป็นเชื้อที่บ่งบอกถึงความสกปรกได้ เพราะเชื้อนี้ส่วนใหญ่จะพบในอุจจาระของคนและสัตว์เลือดอุ่น ถ้าพบเชื้อนี้ ในน้ำแข็งหรืออาหารก็หมายความว่าน้ำแข็งหรืออาหารนั้นๆ น่าจะมีการปนเปื้อนจากอุจจาระ ซ่างอาจมีทั้งทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่การปนเปื้อนในกระบวนการผลิต สถานที่ผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การขนส่ง ภาชนะอุปกรณ์ที่อาจจะไม่สะอาดหรือมีการนำกลับมาใช้ซ้ำ และที่สำคัยคือ การปนเปื้อนผ่านมือของผู้สัมผัสน้ำแข็งที่อาจจะเข้าส้วมแล้วล้างมือไม่สะอาด อุจจาระอาจติดมากับมือ ซอกนิ้วหรือเล็บและเมือมาปฏิบัติงานก็ทำให้เกิดการปนเปื้อนได้
นพ.พรเทพ กล่าวอีกว่า กรมอนามัยได้มีโครงการนำร่องในการพัฒนาสถานที่ผลิต สะสม แบ่งบรรจุ และค้าส่งน้ำแข็งต้นแบบ โดยจะมีการอบรมมาตรฐานและสุขลักษณะที่ดีที่ต้องปฏิบัติให้แก่โรงน้ำแข้งและร้านค้าส่งในภาคอีสาน และจะขยายผลต่อไปยังภาคอื่นๆ และในส่วนของร้านอาหารเองก็ต้องมีการปฏิบัติจัดเก็บและจำหน่ายน้ำแข็งอย่างถูกสุขลักษณะ กล่าวคือ ห้ามนำสิ่งของใด ๆ มาแช่รวมในน้ำแข็งที่ใช้บริโภค ต้องใช้อุปกรณ์มีด้ามในการตักน้ำแข็ง สำหรับการเลือกซื้อน้ำแข็งมาเพื่อบริโภคนั้นต้องถูกสุขลักษณะ โดยผลิตขึ้นเพื่อใช้ในการบริโภคเท่านั้น คือผลิตจากน้ำที่มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำบริโภคผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ลักษณะของน้ำแข็งจะต้องใส สะอาด บรรจุในซองพลาสติกหรือถุงพลาสติกที่ปิดผนึกเรียบร้อยมีเครื่องหมาย อย.รับรองอย่างถูกต้อง สำหรับร้านอาหารหรือแผงลอยต้องเก็บน้ำแข็งในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด ไม่เป็นสนิม และตั้งสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร ห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มมาแช่ ในน้ำแข็งที่ใช้บริโภคเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก









