วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือดคือน้ำ น้ำคือเลือด

ผมแห้ง ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง คันตามร่างกาย ปัสสาวะบ่อย ...หากคุณมีอาการเหล่านี้ ขอให้นึกถึงภาวะร่างกายขาดน้ำจากการดื่มน้ำน้อย

โลกเรามีธาตุหลักอยู่ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลมและไฟ หากธาตุใดที่มากเกินหรือเกิดความไม่สมดุล โลกเราก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คืนสู่ภาวะปกติ เช่น ภัยพิบัติต่างๆ ก็คือเปลี่ยนเพื่อสมดุลของโลกนั่นเอง ร่างกายของเราก็เหมือนโลกเล็กๆโลกหนึ่งที่ประกอบขึ้นจาก ธาตุดิน น้ำ ลมและไฟ เช่นกัน

ดินก็คือเนื้อหนังของเรา ลมก็คือการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ของสิ่งต่างๆ ภายในร่างกาย ไฟก็ช่วยเผาผลาญสิ่งที่เป็นส่วนเกินรวมถึงเผาผลาญสิ่งใหม่ๆ ให้กลายเป็นเนื้อหนังของเรานั่นเอง ทุกส่วนทำงานอย่างสอดประสานกันเพื่อสร้างความสมดุล ในบทความนี้จึงขอยกมาหนึ่งธาตุที่สำคัญคือ ธาตุน้ำ เปรียบเสมือนกับ เลือดของเรานั่นเอง

ทุกคนรู้ว่าเลือดมีความสำคัญต่อร่างกาย เหมือนน้ำที่มีความสำคัญต่อโลก แต่ไม่ค่อยดูแลแก้ไขและพัฒนาให้น้ำหรือเลือดของเรานั้นอยู่ในคุณภาพที่ดี ดังเช่น การดื่มน้ำที่สะอาดในแต่ละวันที่ไม่เพียงพอ การกินอาหารที่ไม่จำเป็น เช่น อาหารมื้อดึก หรืออาหารที่มีเนื้อสัตว์มากไม่สามารถย่อยสลายได้หมด สุดท้ายก็ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดของเรา (ธาตุน้ำ) เปลี่ยนแปลงสมดุลไป เกิดความข้นหนืด คุณภาพลดลง ไหลเวียนได้ช้าลง ส่งผลกระทบให้กับร่างกายมากมาย

๐ ธาตุน้ำน้อยลง ส่งผลให้ ธาตุดินแข็ง
เมื่อเลือดมีน้ำน้อยลงจะขับของเสียออกจากร่างกายได้น้อยเต็มที เลือดไหลเวียนได้ช้าลงขับของเสียออกทางปัสสาวะไม่ทันต้องเก็บเข้าสู่กล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้ร่างกายแข็งตึง ปวดตามข้อ ตามตัว ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องร้องโอดโอย บางท่านมือแข็งกำไม่ลง บางท่านก็งอขาไม่ได้ ก้มไม่ลง มันเป็นเช่นนั้น ธาตุดินยิ่งขาดน้ำและแข็งเท่าไหร่ก็จะยิ่งอุ้มน้ำได้น้อยลงเท่านั้น
หลายท่านจึงบ่นว่าปากคอแห้งไปหมดแต่ทานน้ำแล้วปัสสาวะบ่อยเหลือเกิน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ขาดน้ำจะแห้งแข็งทำให้ปลายมือปลายเท้าชาได้ง่าย

๐ ธาตุน้ำน้อยลง ส่งผลให้ ธาตุไฟมีกำลัง
น้ำในร่างกายน้อยลง ทำให้ไฟที่เผาผลาญร่างกายทำงานได้รุนแรงขึ้น เขาเรียกกันว่า “ชิรณัคคี” หรือ “ไฟแห่งความเสื่อม” ยิ่งรุนแรงยิ่งแก่ไว สังเกตได้ไม่ยากจากผิวหนัง ผมและเล็บจะแห้งลง ผิวแห้งแตกเป็นขุย ผมแห้งฟู เล็บแข็งเป็นลอนคลื่น ทาโลชั่นใดๆ ก็คงช่วยได้เพียงชั่วคราว และที่สำคัญคือบริเวณตาขาดน้ำในการกำจัดของเสียจะเกิดเป็นต้อได้ง่าย

๐ ธาตุน้ำน้อยลง ส่งผลให้ ธาตุลมเคลื่อนที่ช้า
เมื่อดินแข็ง (ร่างกายแข็งตึง) การเคลื่อนไหวทั้งภายนอกและภายในจะลดลงเช่นกัน ธาตุลมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนไหวจะค่อยๆ หยุดนิ่ง ร่างกายลดการแลกเปลี่ยนสารอาหาร คันตามร่างกายได้ง่าย หากเป็นแผลก็หายได้ช้า เลือดไปเลี้ยงศีรษะได้น้อย ปวดมึนศีรษะ ขี้ลืม อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว
อ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายท่านร้อง อ๋อ เพราะกลุ่มโรคที่เกิดจากธาตุน้ำในร่างกายที่ไม่มีคุณภาพทำให้เลือดไม่มีคุณภาพเช่นกันนั่นก็คือ กลุ่มโรคเบาหวาน ความดันโลหิต โรคหลอดเลือด เมื่อเลือดไม่มีคุณภาพก็ทำให้มีอาการไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าได้ว่า ผมแห้ง ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง คันตามร่างกาย มึนศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตัวแข็ง หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย มือเท้าชาง่าย แผลที่มือเท้าหายยาก
.........................
คุณมาดี เป็นชาวสมุทรปราการมาพบหมอด้วยอาการของโรคเบาหวาน เธอเล่าอาการว่า ตอนไปเที่ยวต่างประเทศปี 2556 เดินมากเกิดอาการเข่าเสื่อม กังวลว่าจะเป็นอะไรร้ายแรงจึงไปตรวจสุขภาพพบว่าเป็นโรคเบาหวาน และ ความดัน แถมมาอีกสองโรค สอบถามความเป็นอยู่ได้รับคำตอบคล้ายๆ กับผู้ที่เป็นเบาหวานท่านอื่นคือ ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ น้ำอัดลมหรือชาเขียววันละ 1-2 ขวด กินอาหารที่มีเนื้อสัตว์มากเป็นประจำจนเลือดข้นหนืดไปหมดแล้ว น้ำลายเหนียว คอแห้ง ปวดหลัง ปัสสาวะเริ่มอั้นไม่อยู่
ทั้งหมดก็เพราะเลือดที่มีน้ำน้อยลงนั่นเอง และน้ำหนักลดเพราะร่างกายส่งผ่านสารอาหารที่ดีได้น้อยลง ต้องไปเผาผลาญกล้ามเนื้อมาเป็นสารอาหารแทนจนกล้ามเนื้อลดลง เนื้อเหลว มาเป็นเวลา 7 เดือนแล้ว พยายามว่ายน้ำแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ตาเริ่มมัวและหายใจไม่ทั่วท้อง จึงแนะนำยาสมุนไพรให้เธอพร้อมกับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เลือดไม่ข้นหนืด
3 เดือนผ่านไปเธอกลับมาบอกว่าอาการปวดเข่าดีขึ้นแล้ว ค่าน้ำตาลในเลือดกลับลงมาเป็นที่น่าพอใจจาก 150 mg/dL เหลือ 113 mg/dL ไม่ได้กินยาลดน้ำตาลแล้ว เดี๋ยวนี้เดินเร็วทุกวันครั้งละ 30 นาที ยังเหลือปัสสาวะกลางคืน 1-2 หนบ้าง ไม่มึนหัวแล้ว
เมื่อเราเข้าใจเรื่องภายนอกได้อย่างดี ก็ควรเข้าใจร่างกายเราได้อย่างดีเช่นกัน อย่าปล่อยให้เลือดเน่าเสียเพราะพฤติกรรมของเราเองเลยนะครับ ปรับปรุงน้ำในร่างกายก็เปลี่ยนชีวิตได้ง่ายๆ เหมือนคุณมาดีไม่ยากเกินความสามารถของคุณผู้อ่านทุกท่านแน่นอน

* หมายเหตุ
- บทความโดย ณัฐพล วาสิกดิลก (หมอนัท) ดิ อโรคยาคลินิก เผยแพร่ใน กรุงเทพธุรกิจกายใจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558
- ดิ อโรคยา คลินิกการแพทย์แผนไทย ใช้หลักการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน และอายุรเวทเป็นรากฐาน โทร.0 2358 0050