วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปสช.ไม่เรียกงบบัตรทองล่วงหน้าคืน

บอร์ดสปสช.เคาะปรับวิธีจัดสรรงบบัตรทอง กรณีงบ"จ่ายล่วงหน้า" ไม่เรียกคืนกลับจากรพ.ช่วงปลายปีงบ แม้ผลงานต่ำกว่าเป้า

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) ซึ่งมีวาระเรื่อง แนวทางการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2558 โดยศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า บอร์ดได้มีมติเห็นชอบเรื่องแนวทางการบริหารกองทุนฯตามที่อนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลุงเสนอ 

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในบอร์ดสปสช. กล่าวว่า จากการที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) โดยมีเขตสุขภาพที่ 2 และ 10 มาเป็นต้นแบบ ซึ่งแนวทางการบริหารกองทุนฯตามที่บอร์ดเห็นชอบนั้น ประกอบด้วย 1.ในปีงบประมาณ 2558 ยังสามารถดำเนินการได้ตามเดิม ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ประกาศของ บอร์ดสปสช. เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับผู้มีสิทธิลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2558 ทั้งวงเงินระดับเขตของบผู้ป่วยนอก งบผู้ป่วยใน งบสร้งเสริมสุขภาพ และการจัดสรรแก่หน่วยบริการที่แยกเป็นรายการต่างๆบนฐานประชากร โครงสร้างและผลงานบริการ

และ2.การปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) ในเรื่องของการหักเงินเดือนบุคลากรในสังกัด ระดับประเทศกันเงินไว้ไม่เกิน 1 % เช่นเดิม ระดับเขตสุขภาพให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละเขตและให้สามารุกันไว้ไม่เกิน 2%เช่นเดิม ส่วนบางเขตอาจมีความจำเป็นต้องกันเงินเกิน 2 % แต่ไม่เกิน 5 % ให้คณะอนุกรรมการพัมฯาระบบการเงินการคลังพิจารณาอนุมัติตามเหตุผลความจำเป็นของเขตนั้นๆ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558

ส่วนงบประมาณรายรับขั้นต่ำของหน่วยบริการสป.สธ.หรืองบที่สปสช.โอนให้หน่วยบริการแบบล่วงหน้านั้น ไม่ให้มีการตั้งหนี้และหักเงินจากเงินที่โอนให้ล่วงหน้าหากผลงานต่ำกว่าที่ประมาณการในปลายปีงบประมาณ นอกจากนี้ ให้มีการปรับปรุงการทำงานระดับเขตให้มีคณะทำงานร่วมระหว่างสปสช.เขตและสป.สธ. รวมถึง รายการบริการกรณีเฉพาะ ให้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในระดับเขต โดยเริ่ม 2 กรณี คือ รายการผ่าตัดต้อกระจก และโรคหอบหืดและปอดอุดกั้นเรื่องรัง อีกทัง ในเรื่องข้อมูลของผู้ให้บริการและผู้ซื้อบริการมีความสำคัญ ระยะยาวให้เร่งรัดจั้ตั้งหน่วยงานกลางเพื่อทำหน้าที่ธุกรกรรมเบิกจ่ายระดับชาติให้สามารุเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลพื้นฐาน

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักง่รหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า มตินี้มีการปรับปรุง ในส่วนของการจ่ายงบล่วงหน้าที่สปสช.จัดสรรให้หน่วยบริการนั้น โดยจากเดิมหากสถานพยาบาลทำผลงานได้ไม่ตามเป้า สปสช.จะมีการเรียกงบประมาณคืน แต่อันใหม่หน่วยบริการที่ได้รับงบประมาณไปเกินกว่าผลงานต้องเกลี่ยงบไปช่วยหน่วยบริการอื่นๆภายในเขตสุขภาพเดียวกัน ซึ่งสามารถใช้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2558 ทันที