วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.ใช้'ไลน์'แฟนสาวโจรติดต่อล่อมาจับ

ตร.บางแม่นาง ใช้"ไลน์"แฟนสาวโจรติดต่อล่อมาจับ คดีโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้านทั่วกรุง

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 29 มกราคม พ.ต.อ.กองสรร ควรระงับกมน ผกก.สภ.บางแม่นาง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วีระพล วงษ์สาตรสาย รอง ผกก.สส.สภ.บางแม่นาง พ.ต.ท.สัญญา อุทุมพร สว.สส.สภ.บางแม่นาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันเข้าทำการจับกุมนายเชิดชัย หรือชัด แวงวรรณ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 172/13 ม.5 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาพระราม 3

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านหลายรายว่า มีคนร้ายบุกเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้านพักช่วงเวลากลางวันขณะออกไปทำงาน หลังรับแจ้งจึงเข้าไปตรวจสอบตามบ้านที่ถูกคนร้ายเข้าไปโจรกรรมโดยได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน ก็พบว่ามีรถเก๋งต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน สศ 9345 กทม.ขับวนเวียนเข้าออกตามหมู่บ้านของผู้เสียหาย จึงได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ ก็พบว่าเจ้าของรถเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ใน รพ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน จากการสอบปากคำนางพยาบาลให้การว่า รถคันดังกล่าวเป็นของตนจริง แต่ได้ให้นายเชิดชัย ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแฟนหนุ่มนำไปใช้

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้นางพยาบาลคนดังกล่าว พยายามโทรติดต่อนายเชิดชัย แต่ปรากฏว่านายเชิดชัย ไม่ยอมรับโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้โทรศัพท์ของนางพยาบาลคนดังกล่าวแชทไลน์คุยกับนายเชิดชัย โดยทำที่เป็นพูดคุยทำนองคิดถึงเป็นห่วงและอยากเจอตัว ซึ่งหลังจากแชทพูดคุยได้ไม่นานนายเชิดชัย ก็ตอบกลับมาว่าจะมาพบตามที่ตำรวจซ้อนแผนนัดหมายไว้ ซึ่งต่อมาไม่นานนายเชิดชัย มาตรงจุดที่นัดหมายไว้เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บางแม่นาง

จากการสอบสวนนายเชิดชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุตระเวณเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านพักของชาวบ้านจริงทั้งในเขตกทม.และปริมณฑลซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง โดยจะลงมือก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน เพราะว่าช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าของบ้านจะออกไปทำงานกันหมดแล้ว ซึ่งตนจะใช้วิธีขับรถเก๋งตระเวนเข้าไปตามหมู่บ้านต่างๆ เมื่อพบว่าบ้านไหนล๊อคประตูหน้าบ้านก็จะทำที่เข้าไปกดอ๊อดและหากพบว่าเจ้าของบ้านไม่ออกมาดูก็จะรีบปีนรั้วเข้าไปทำการโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้านทันที ก่อนจะนำทรัพย์สินที่ได้ไปเก็บไว้ที่ห้องเช่ารายวันแห่งหนึ่ง ซึ่งตนได้เช่าเอาไว้เพื่อเก็บทรัพย์สินที่โจรกรรมมาได้ ก่อนจะนำไปขายต่อตามร้านทอง หรือนำไปเข้าโรงรับจำนำในช่วงใกล้สิ้นเดือน เพื่อนำเงินที่ได้มานำไปให้แฟนสาว ซึ่งตนเองได้หลอกว่าทำงานเป็นสถาปนิกอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน กทม.โดยได้เงินเดือนๆละ 3 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายเชิดชัย ไปค้นที่ห้องพักดังกล่าวก็พบของกลางกว่า 500 รายการซุกซ่อนอยู่ อาทิ ทองรูปพรรณ พระเครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนั้นยังพบตั่วจำนำอีกกว่า 20 ใบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัตินายเชิดชัย พบว่าเคยถูกจับกุมตัวในข้อหาลักทรัพย์ เมื่อปี 2552 พื้นที่ สภ.พุทธมณฑล หลังสู้คดี ศาลได้ตัดสินยกฟ้อง และหลังจากพ้นคดีได้มาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ตามโรงงาน โดยหลังจากได้คบหาแฟนสาวผ่านการแชทไลน์พูดคุยกันก็ได้หลอกว่าตัวเองทำงานเป็นสถาปนิกมีเงินเดือนเยอะ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุดังกล่าวเพื่อจะนำเงินที่ได้มานำไปให้แฟนสาวตามที่ตัวเองหลอกไว้จึงได้แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินดคีตามกฎหมายต่อไป สำหรับประชาชนคนใดสงสัยว่าเคยถูกคนร้ายรายนี้เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินสามารถมาดูของกลางได้ที่ สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี