สนง.พัฒนาสังคมฯ ร่วม ตร.-ตม.ลงพื้นที่จับกุมคนขอทานทั่วเชียงใหม่
ที่ กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นางมยุรี ยกตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมวางแผนการจัดระเบียบคนขอทานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
จากนั้นได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบคนขอทานที่ตลาดวโรรส อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นพื้นที่แรก และเบื้องต้นสามารถควบคุมตัวคนขอทานได้ 2 คน คือ นายพรรณ์ เป็งบังวัน อายุ 67 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ที่มีความพิการเสียขาทั้งสองข้าง และนายเลาหลู่ สีลิ อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่พิการขาข้างขวาต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ทางด้านนายพรรณ์นั้นยอมรับสารภาพว่า ได้ขึ้นรถโดยสารมาจากจังหวัดพะเยามาขอทานที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ 4 วันแล้ว เพราะทางบ้านเดือนร้อนไม่ค่อยมีเงินและเป็นหนี้เป็นสิน และมาขอทานได้เงินวันละประมาณ 1,000 บาท และมาพักอยู่โรงแรมต้องเสียค่าเช่าคืนละ 250 บาท
ส่วนทางด้านนายเลาหลู่ไม่ค่อยยินยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพบว่ามีประวัติอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งสันมหาพน จ.เชียงใหม่ แต่ได้หลบหนีออกมาและมาขอทานอยู่ที่ตลาดวโรรส แต่สุดท้ายก็ยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด
นางมยุรี ยกตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีคนขอทานไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ตามพื้นที่ตลาดและจะเป็นคนต่างถิ่นและต่างด้าว จากข้อมูลที่เคยสำรวจทุกๆเดือน โดยเดือนล่าสุดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีคนขอทานประมาณ 10 คน และที่ผ่านมาได้ร่วมกับทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมและดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศแล้ว 4-5 คน แต่คนขอทานจะมีมาเรื่อยๆ จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและขณะนี้มีนโยบายมาจากกระทรวงเรื่องการจัดระเบียบคนขอทานจึงต้องดำเนินการอย่างเข้มค้นขึ้น
ทั้งนี้ได้ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้กำหนดจุดตรวจเพื่อควบคุมตัวคนขอทานมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวม 7 จุด คือ ตลาดวโรรส, ตลาดสมเพชร, ตลาดรวมโชค, ไนท์บาซ่าร์, ถนนอบเคราะห์, ตลาดนัดคำเที่ยง และตลาดนัดบิ๊กซีเอก็กตร้า และเมื่อสามารถควบคุมคนขอทานมาได้จะต้องนำมาแยกประเภทก่อน คือ กรณีที่เป็นขอทานคนไทย ต้องดูเรื่องสุขภาพดูประวัติครอบครัว เป็นต้น หากสามารถส่งคืนครอบครัวได้ก็ต้องดำเนินการ แต่หากคนขอทานคนดังกล่าวไม่มีครอบครัวอาจส่งไปยังสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งต่อไป สำหรับขอทานต่างด้าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป และที่สำคัญหากตรวจพบว่าคนขอทานเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต้องประสานเจ้าหน้าที่ทีมสหวิชาชีพเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองช่วยเหลือตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ต่อไป แต่จากการสำรวจมายังไม่พบกรณีคนขอทานในพื้นที่เชียงใหม่อยู่ในกลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์









