รวบแก๊ง18มงกุฏตุ๋นเหยื่อสูญ23ล้าน

"นครบาล" รวบแก๊ง18มงกุฏ ชวนเล่นพนันกำถั่ว ตุ๋นผู้เสียหายกว่า23ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ม.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน พ.ต.ท.บุญโรจน์ โรลจายะ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ พ.ต.ต.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม พ.ต.ต.จักริน พิริยะจิตตะ พ.ต.ต.กัลป์ กลิ่นศรี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. แถลงข่าวจับกุม นางวันเพ็ญ สิทธิรัตน์ อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ จ.167-2 / 2557 ลงวันที่ 12 ก.พ.2557 โดยกล่าวหาความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยจับกุมได้ที่ บริเวณคริสม่า คอนโด ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.สมบัติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการสืบสวนพบว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น.ได้จับกุมตัวนายสัมพันธ์ ศรีนาค อายุ 50 ปี หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเครือข่ายคนร้ายซึ่งแสดงตัวเป็นเสี่ยหรือ บอส เมื่อขยายผลพบผู้ร่วมมือกระทำผิดคือ นางวันเพ็ญ หรือ แหม่ม สิทธิรัตน์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม แสดงตัวเป็น เลขาเสี่ย และนายสำราญ ฤกษ์ดี อายุ 54 ปี แสดงตัวเป็นนายหน้า หรือ วัชระ หรือบ่าว มี พร้อมกับพวกที่หลบหนียังไม่ทราบชื่อสกุลจริง ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว พฤติการณ์กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มีการรวมตัวกันเป็นลักษณะเครือข่าย จับกลุ่มรวมตัวผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนลงมือหลอกลวงผู้ที่กำลังคิดขายบ้านหรือขายทีดิน เมื่อตรวจสอบกับฐานข้อมูลคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า นางวันเพ็ญ มีหมายจับมาก่อนหน้านี้ 4 หมายจับ และได้ก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ ทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครต่างจังหวัด มีผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว ได้แก่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สน.โชคชัย สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงารวมมูลค่าประมาณ 23 ล้านบาท
พล.ต.ต.สมบัติ กล่าวอีกว่า ต่อมากระทั่งเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เวลา 14.00 น.จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พบว่า นางวันเพ็ญ สิทธิรัตน์ หรือ แหม่ม ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้ไปซื้อห้องพักจำนวน 2 ห้อง ราคาประมาณ 5 ล้านบาท อยู่ที่ คริสม่า คอนโด ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงได้วางแผนและนำกำลังเข้าจับกุม ขณะที่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหญิงไทย ซึ่งมีลักษณะตำหนิคล้ายกับนางวันเพ็ญ เดินลงจากรถยนต์ยี่ห้อฮุนได รุ่นเวลอสเตอร์ สปอร์ต 3 ประตู สีเทา ป้ายแดง ทะเบียน ณ 7227 กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าไปแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ โดยหญิงคนดังกล่าวให้การยอมรับว่าตนเองคือ นางวันเพ็ญ สิทธิรัตน์ หรือ แหม่ม ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับโดยมีผู้เสียหายประมาณ 10 ราย ได้ชี้ตัวยืนยันไว้แล้ว นางวันเพ็ญนำเงินดังกล่าวไปซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก และทรัพย์สินอื่นๆ โดยอาศัยชื่อของบุตรสาว ซึ่งในขณะจับกุมได้พบสำเนาโฉนดที่ดิน 7แปลง รถยนต์ 7 คัน รถจยย. 2 คัน บัญชีเงินฝาก 3 บัญชี ระบุสลักหลังชื่อนางวันเพ็ญ จำนวนถึง 8 ฉบับ ที่ตัวนางวันเพ็ญ โดยจะให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวต่อไป
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับนายสัมพันธ์ ศรีนาค หรือ เสี่ย ที่ถูกจับกุมแล้วนายสำราญ ฤกษ์ดี หรือ วัชระ หรือบ่าว นายชาติ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และนางมะเขือ หรือมะปราง ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง รวม 4 คน หลอกลวงเหยื่อโดยเข้าตีสนิททำทีเป็นติดต่อขอซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยนายสำราญ แสดงตัวเป็นนายหน้า และนางวันเพ็ญ แสดงตัว เลขาบอส นัดพบกับผู้เสียหายหลายครั้งเพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ เมื่อสบโอกาสก็จะแนะนำนายชาติ แสดงตัวเป็น เซียนพนัน ให้กับผู้เสียหายรู้จัก และขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหายให้ช่วยเหลือให้นายบอส ซึ่งติดการพนันกำถั่วและได้เสียเงินไปแล้วจำนวนมาก โดยแสดงให้รู้ว่าการพนันกำถั่วสามารถเล่นโกงกันได้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะลงมือเล่นและถูกทำให้เป็นฝ่ายเสียพนันแทน และต้องติดหนี้สินมาชำระให้กับนายบอส อีกจำนวนหลายล้านบาท สำหรับเงินที่ได้จากผู้เสียหายกลุ่มของคนร้ายได้นำไปแบ่งกันตามสัดส่วนของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยที่ไม่ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อที่ดินแต่อย่างใด แต่เป็นทรัพย์สินที่เคยมีมาก่อนก่อเหตุดังกล่าว
ด้านผู้เสียหายคนหนึ่ง กล่าวว่า ระหว่างที่จะขายบ้านจำนวน 12 ล้านบาท กลุ่มผู้ต้องหาโดยนางเพ็ญเข้ามาติดต่อขอซื้อบ้านให้เมียน้อยให้นายบอส แต่เข้ามาต่อลองให้ช่วยเหลือนายบอส ที่ติดการพนัน ให้ช่วยพูดขอไม่ให้เล่นการพนันอีก จากนั้นนางเพ็ญนายโชคเซียนพนันมาเล่นการพนันให้ดู เพื่อหลอกนายบอสโดยหลอกให้ตายใจให้เชื่อว่านายบอสไม่สามารถชนะพนันตัวเองได้ เมื่อเสียเงินก็ให้เอาบ้านไปจำนองให้ยืมเงินเพื่อนด้วย กระทั่งเสียเงินไปทั้งหมด 3 ล้าน 7 แสนบาท ขณะนี้เป็นหนี้จำนองมา 2 ปี มูลค่าหนี้สินรวมกว่า 5 ล้านบาท โดยที่บ้านกำลังจะโดนยึด







