"กรมการขนส่งทางบก" ยืนยันไม่ให้แท็กซี่สุวรรณภูมิขึ้นค่าโดยสาร ย้ำหากไม่กดมิเตอร์ผิดกฎหมายถูกจับปรับแน่
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่สุวรรณภูมิเรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงคมนาคม พิจารณาปรับเพิ่มค่าโดยสารแท็กซี่ที่ให้บริการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะเห็นว่าอัตราค่าโดยสารที่กำหนดไม่เป็นธรรมนั้น ขอยืนยันว่าการคิดคำนวณค่าโดยสารของแท็กซี่มิเตอร์ กรมการขนส่งทางบกได้พิจารณาครอบคลุมไปถึงการให้บริการของแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ต้องให้บริการผู้โดยสารในต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี หรือพัทยา ซึ่งจะมีการคำนวณเผื่อการขับรถเปล่าที่ไม่มีค่าโดยสารตอนกลับมาด้วย ดังนั้นอัตราค่าโดยสารที่กำหนด จึงครอบคลุมการให้บริการรถแท็กซี่ทุกกลุ่มทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล
“ที่ผ่านมากรมฯ ได้คำนวณค่าโดยสารของแท็กซี่ทั้งจากค่าอะไหล่ ค่าเชื้อเพลิง โดยใช้จีพีเอสติดตามรถแท็กซี่เพื่อมาคำนวณค่าโดยสารอย่างเป็นธรรม ซึ่งในส่วนของแท็กซี่สุวรรณภูมิแม้จะวิ่งวันละ 4-5 เที่ยว แต่ก็มีรายได้พอๆ กับแท็กซี่ในเมืองทื่ต้องวิ่งวันละ 13-14 เที่ยว โดยเฉลี่ยวิ่งให้บริการประมาณ 30 กม.ดังนั้นการเรียกค่าโดยสารโดยไม่กดมิเตอร์จึงไม่สามารถทำได้”
นายจิรุตม์ กล่าวว่า นอกจากเก็บรายได้ตามมิเตอร์แล้ว แท็กซี่สุวรรณภูมิ ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมอีกเที่ยวละ 50 บาท ถือว่าคุ้มต้นทุนการให้บริการอยู่แล้ว ดังนั้นจึงยืนยันว่าการให้บริการแท็กซี่สุวรรณภูมิจะต้องกดมิเตอร์ทุกครั้ง ตามประกาศของกระทรวงของคมนาคม มิฉะนั้นจะมีความผิดทั้งถูกปรับ และหากทำผิดซ้ำจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนการเรียกร้องขอเก็บค่าสัมภาระของผู้โดยสารเพิ่มนั้น เรื่องนี้กรมการขนส่งทางบก ขอเวลาศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อน เนื่องจากต้องพิจารณาวางระบบใหม่ เพราะหากจะเก็บจริงแท็กซี่ทุกคันจะต้องได้ค่าสัมภาระเท่าเทียบกันทั้งหมดในทุกท่าอากาศยาน รวมถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารต่างๆด้วย ไม่ใช่เฉพาะแท็กซี่สุวรรณภูมิเท่านั้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งต้องแก้ไขกฎหมายซึ่งใช้เวลาอีกนาน ดังนั้นระหว่างที่ผลการศึกษายังไม่ออกมารถแท็กซี่คันไหนที่เรียกเก็บค่าสัมภาระเพิ่มเติมสำหรับรถแท็กซี่ขนาดใหญ่จากค่าโดยสารจะมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน









