ผู้ว่าฯสมุทรสาคร อนุมัติชาวสวนขุดน้ำบาดาลรดต้นไม้แก้ขัดน้ำเค็มรุกพื้นที่ เผยสวนกล้วยไม้ต้นทุมเพิ่มกว่า5พัน/ไร่
จากกรณีปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำท่าจีนฝั่ง อ.เมืองสมุทรสาคร เข้ารุกพื้นที่แหล่งเกษตรกรรม อ.กระทุ่มแบน สร้างความเสียหายจำนวนมาก ล่าสุด เช้าวันนี้ (9 ม.ค.58) ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผวจ.สมุทรสาคร ได้ร่วมระหว่างตัวแทน สนง.คณะกรรมการลุ่มน้ำท่าจีน สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำท่าจีน เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นรายงานสถานการณ์น้ำ กรณีของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และผลการศึกษาวิจัยคุณค่าแม่น้ำท่าจีน ตามโครงการคืนคลองให้น้ำไหล คืนความใสให้แม่น้ำทั่วประเทศ ภายใต้ข้อพิจาณาประกาศจากกรมชลประทานกรณีงดส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปีนาปรัง ตามแผนการจัดสรรน้ำในพื้นที่กรมชลประทาน ในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสถานการณ์น้ำเค็มรุกพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้เกิดปัญหาผลกระทบขาดแคลนน้ำจืดสร้างความเสียหายแก่การชาวสวนใช้น้ำทำเกษตรกรรมประมาณ 8 ตำบลตามลำดับ
ทั้งนี้เบื้องต้นในส่วนสมุทรสาครพบประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นสำคัญ 4 จุด อาทิ กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประสบปัญหาขาดน้ำจืด ซ้ำเติมน้ำเน่าเสียมีผลต่อคุณภาพน้ำคลองสุนัขหอน (คลองประวัติศาสตร์) และคลองสาขา ปัญหาการจัดโซนนิ่งบุกรุกที่ดินทำลายแหล่งน้ำ ประตูปิดกั้นน้ำ จึงได้มอบหมายให้จังหวัดสมุทรสาครในฐานะเป็นจังหวัดต้นแบบในการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำต่อไป
ร.ต.ท.อาทิตย์ ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า เกี่ยวกับปัญหานี้ทางจังหวัดได้อนุญาตให้ผู้เดือดร้อนนั้นสามารถทำการขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้งานแก้ขัดบรรเทาปัญหาน้ำเค็มได้ในประมาณความลึกกว่า 10 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้ลงดูแลติดตามกำกับตามกฎหมายภายหลัง
มีรายงานว่า สำหรับการใช้บิ๊กแบ็กปิดปากคลองจินดา (รอต่อ 2 จังหวัง) ล่าสุดได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ที่หวังใช้ตัดตอนระดับน้ำเค็มแม่น้ำท่าจีนที่หลุดไหลทะลักเข้าไปเขตอำเภอกระทุ่มแบบ ในรอบ 22 ปี จากการตรวจสอบปรากฏว่าขณะนี้หลายตำบลน้ำมีความเค็มอยู่ที่ราว 4.5 กรัมต่อลิตร (ในวันที่ 5 ที่ผ่านมา) จากค่าความเค็มอยู่ที่ 11 กรัมต่อลิตร โดยมีการระบายน้ำมายังคลองท่าสาร-บางปลา ผ่านอำเภอสามพราน จ.นครปฐม ไล่ยังประตูระบายน้ำบางปลาที่ต่อเนื่องกับแม่น้ำท่าจีน ส่วนการระบายมีปริมาณอัตราเฉลี่ย 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งได้เพิ่มมาตรการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองมายังคลองห้าซ้าย ส่งต่อมายังคลอง 6 และ 7 ขวาของคลองห้าซ้าย ตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐมเพื่อลงไปสู่คลองจินดา ล่าสุดอยู่ในอัตรา 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อมาช่วยเสริมสภาพน้ำของคลองจินดา แต่เนื่องจากช่วงคลองจินดาไม่มีประตูน้ำสำหรับถ่ายเท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อกำหนดควบคุมน้ำไม่ให้เน่าเสียหวังไล่น้ำที่เค็มออกพ้นกลับไปสู่ท่าจีน โดยมีคลองดำเนินสะดวกเส้นทางที่อาศัยใช้ช่วยขับเคลื่อนอีกแรง นอกจากนี้ยังมีผลปัญหากระทบต่อผู้เลี้ยง
“ทั้งนี้เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานนักสามารถควบคุมสภาพปัญหาน้ำเค็มให้กลับคืนได้ในเกณฑ์ปรกติ โดยมีการถ่ายเทน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงมายังแม่น้ำท่าจีนจากจังหวัดชัยนาท ผ่านมาทางสุพรรณบุรีและประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ช่วยระบายอยู่ที่ประมาณ 2-5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามจะดำเนินการทำต่อไปจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เกณฑ์มาตรฐาน โดยคลองจินดาถือเป็นหัวใจหลักเพราะบริเวณนี้ยังไม่มีประตูเปิดปิดกั้นสกัดระบายน้ำ”
มีรายงานด้วยว่า ล่าสุดได้มีโครงการว่าจ้างนำผู้รับเหมาให้เข้าดำเนินการก่อสร้างทำเขื่อนกั้นน้ำแล้วโดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ลงมือทำตามสัญญา (900 วัน) อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าสถานการณ์ไล่น้ำเค็มจะดีขึ้นในช่วงไม่เกินเดือนมกราคมนี้ชาวเกษตรกรสามารถผ่านวิกฤตดังกล่าวไปได้
สอบถามบรรดาชาวสวนผู้รับผลกระทบหลายรายและนายธัชชัย แสงสว่าง ชาวสวนกล้วยไม้ 30 ไร่ หมู่ที่ 12 ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน ผยว่า จากเหตุการณ์เกิดน้ำเค็มหลุดรอดจากท่าจีนเข้ามาในตำบลของกระทุ่มแบนแหล่งพืชผลทำเกษตร ในรอบกว่า 20 ปีไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งสาเหตุหนึ่งเบื้องต้นน่าจะมาการลืมปิดประตูน้ำ หรือประกอบกับสถานการณ์ภัยแล้งช่วงนี้ก็เป็นได้ ทำให้เดือดร้อนไม่มีน้ำจืดใช้ทำสวนกล้วยไม้ และอื่นๆ ตั้งแต่ประมาณหลังวันที่ 20 ธ.ค.57 ที่ผ่านมา ทำให้ตนต้องอาศัยเช่ารถหลวงแต่ออกค่าใช้จ่ายช่วยค่าน้ำมัน เพื่อไปวิ่งขนน้ำจืดจากคลองตาขำ ฝั่งอำเภอบ้านแพ้วมาใช้แก้ขัดเพื่อรดน้ำให้กล้วยไม้แทนน้ำของคลองแยกย่อยของคลองดำเนินสะดวกที่อยู่ใกล้บ้านซึ่งนำมาใช้งาน ส่งผลให้ต้องควักกระเป๋าเพิ่มต้นทุนรถละ 800 บาท ทั้งนี้สรุปเราต้องมีต้นทุนเฉลี่ยไร่ละ 5 พันบาทต่อไร่ดีกว่าต้องปล่อยให้ผลพืชผลเสียหายหนุนโดยไม่ต่อสู้อะไรเลยซึ่งความเสียหายในวงกว้างนี้หากเป็นได้อยากให้จังหวัดประกาศเป็นภัยพิบัติ สำหรับเขตตำบลบางยางนี้มีทำสวนกล้วยไม้ 370 ราย






