ผู้ตรวจฯจับมือคณะกก.ต่อต้านทุจริตเกาหลี ลงนามสร้างความร่วมมือพัฒนาระบบร้องเรียน
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รักษาการเลขาธิการฯ นายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการฯ และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมมือกับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง แห่งสาธารณรัฐเกาหลี นำโดย นายชเว ฮักกยอน(Choi Hakkyun) กรรมาธิการสามัญ คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง นายปาร์ก มินจู(Park Minjoo) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวัฒนธรรมและการร้องเรียนทางการศึกษา นายปาร์ก ซึงโฮ(Park Seungho) รองผู้อำนวยการการเคหะและการร้องเรียนเรื่องสิ่งปลูกสร้าง นายยูน โจฮยอน(Yoon Jouhyun) รองผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และน.ส.จู มี(Joo Mee) ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการฝ่ายให้คำปรึกษา ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแก้ไขปัญหาเรื่องการร้องเรียน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความไม่สะดวกต่างๆ พร้อมหาแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสิทธิของประชาชนทั้งสองประเทศที่อาจไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐของแต่ละประเทศ
โดยนางผาณิต กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมมือกันในการพัฒนาระบบการร้องเรียน แลกเปลี่ยนปัญหาและแนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ภาษา การศึกษาการจ้างงาน และการออกหนังสือตรวจลงตรา(วีซ่า) ของแต่ละประเทศ ให้เกิดเป็นรูปธรรม ภายหลังที่ผู้ตรวจการแผ่นดินประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือกับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2554 ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 3 ปี โดยขณะนี้แต่ละฝ่ายได้ออกแบบแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนเป็นภาษาไทยและภาษาเกาหลีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนของแต่ละประเทศด้วย สำหรับประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนทางอินเทอร์เน็ต หรือ E-people ผ่าhttp://www.epeople.go.kr/jsp/user/on/eng/HowPetition_THA.jsp ได้อีกด้วย
"การลงนามในวันนี้จึงเป็นการขยายระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวในระยะที่ 2 เพื่อสานต่อความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ยืนยันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมุ่งมั่นทำความเข้าใจเกิดรูปธรรมและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศได้อย่างดีเยี่ยม"นางผาณิต กล่าว
ด้านนายชเว ฮักกยอน กล่าวว่า ยินดีที่ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจในวันนี้ ตั้งแต่มีการลงนามเมื่อปี 2554 ทั้งสองหน่วยงานได้เดินทางเยือนเพื่อรับฟังเรื่องร้องเรียนระหว่างกันเพื่อนำข้อมูลมาปรับให้เป็นภาษาของประเทศตัวเอง ในขณะเดียวกันได้มีการวางรากฐานพื่อปรับปรุงระบบและแก้ไขความไม่สะดวกและไม่เป็นธรรมในอย่างแท้จริง ทั้งนี้มองว่าหากทั้งสองประเทศร่วมมือกันจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้มากขึ้น และจะนำไปสู่การเสริมสร้างและปรับกลยุทธ์เพื่อความสุขของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม









