ตร.รวบหนุ่มโรงงานแจ้งความเท็จรถจยย.หาย ที่แท้ดาวน์รถแล้วขายให้แก๊งเงินด่วน หวังเอาเอกสารไปเคลมประกัน
นายอนุชาติ พิมสาร อายุ 30 ปีพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังได้เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.อำพล คล้ายวงษ์ พนักงานสอบสวนสภ.แหลมฉบังว่ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีขาวสภาพใหม่ที่จอดไว้ที่ตลาดอ่าวอุดมได้หายไป ทางตำรวจจึงได้ตรวจสอบข้อมูลการจ่ายค่าผ่อนรถพบว่ามีการจ่ายไป 3 เดือน หลักฐานการครอบครองรถจยย.พบว่ามี 2 คัน และออกรถในเวลาไล่เลี่ยกัน และการผ่อนรถนั้นปกติกุญแจจะมี 3 ดอก ไฟแนนซ์จะเก็บไว้ 1 ดอก ที่เหลือ 2 ดอก ผู้เช่าซื้อจะเป็นผู้เก็บไว้ หากรถจักรยานยนต์หายไปจริง จะต้องเหลือกุญแจ 2 ดอก แต่รายนี้ได้นำกุญแจมาแจ้งความ 2 ดอก แต่เป็นกุญแจปั๊มขึ้นมาใหม่ 1 ดอกประกอบกับสภาพของกุญแจทั้ง2ดอกนั้นไม่มีร่องรอยการใช้งานเลย ทั้งที่ให้การยืนยันอ้างว่าใช้กุญแจรถดอกนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งมีพิรุธและพบว่ามีความขัดแย้งกัน ซึ่งการรถจยย.ใหม่นั้นจะมีการทำประกันชั้นหนึ่งไว้เมื่อมีการหายทางประกันก็จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้านผู้ซื้อไม่ต้องจ่าย และการให้ปากคำพูดจาวกวนไปมาเป็นที่ผิดสังเกตุและมีพิรุธ จึงรายงานให้พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพานิช รองผกก.(สส.)ทราบและมาร่วมสอบปากคำด้วย
จนในที่สุดนายอนุชาติก็ให้การรับสารภาพกับตำรวจว่าเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมานั้นขัดสนทางด้านการเงินเป็นอย่างมากและพบว่าที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าโรงงานมีใบเงินกู้ด่วนติดไว้จึงได้โทรไปติดต่อเพื่อกู้เงินโดยปลายสายชื่อนายโจ้ บอกว่าไม่ต้องกู้แต่ให้ไปดาวน์รถจักรยานยนต์ให้ 1 คัน ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีขาวโดยเลือกร้านจำหน่ายรถให้ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แล้วจะให้เงินสด 16,000 ไปเลย จึงได้ตอบตกลงหลังจากนั้นเมื่อดาวน์รถจากทางร้านจยย.เสร็จก็นัดหมายส่งรถให้นายโจ้ก็จ่ายเงินมาให้ 16,000 บาทแล้วบอกว่าให้ไปผ่อน 3 งวดก่อนค่อยไปแจ้งความกับทางตำรวจแล้วนำเอกสารการแจ้งความไปให้กับทางร้านเพื่อเคลมประกันรถหายโดยผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งเมื่อผ่านการส่งค่างวดรถจยย.ไป3งวดแล้วจึงมาแจ้งความจนทางตำรวจจับพิรุธได้หลายอย่าง จนต้องให้การับสารภาพว่ามาแจ้งความเท็จเพื่อนำเอกสารการแจ้งความไปให้กับทางร้านเคลมกับทางประกันภัยรถตนเองก็จะได้พ้นผิด
ร.ต.ท.อำพล กล่าวว่าแก๊งเงินกู้ด่วนที่นำรถจยย.ไปนั้นอาจนำไปถอดชิ้นส่วนรถออกแล้วนำรถส่งต่อไปขายต่อที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งจะได้คันละ30000-35000 บาทซึ่งได้กำไรดีและผู้ที่ถูกชักจูงให้กระทำเช่นนี้อาจรู้เท่าไม่ถึงการเพราะว่ามีความเดือดร้อนต้องการใช้เงินด่วนจึงตกเป็นเหยื่อพวกแก๊งเงินกู้ ซึ่งพบว่าเงินที่ได้มา16000 บาทนั้นดาวน์รถไป 2000 บาท ส่งรถอีก 3งวด ก่อนมาแจ้งความ ซึ่งถ้าคิดให้ดีแล้วมีเงินเหลือใช้แค่เพียงไม่เกิน8,000 บาทซึ่งในคดีนี้สอบปากคำแล้วพบว่ามีพิรุธและผิดปกติได้สอบสวนจนผู้แจ้งความยอมรับสารภาพว่ามาแจ้งความเท็จต้องการนำเอกสารการแจ้งความไปให้กับทางร้านรถเป็นหลักฐานว่ารถหายและจะนำไปเคลมกับทางประกันภัย ส่วยนายอนุชาติ ผู้ต้องหากล่าวว่าที่ทำไปเพราะขัดสนเงินเพราะเงินเดือนไม่พอใช้แล้วก็ไม่คิดอะไรเนื่องจากเห็นว่าไม่ต้องส่งดอกแพงเมื่อคิดได้ก็พบว่าเสียรู้พวกแก๊งเงินด่วนเสียแล้วแถมยังต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานอีกซึ่งคงเป็นเพราะความโลภและรู้เท่าไม่ถึงการถึงผลการกระทำที่จะตามมาขอก้มหน้ารับชะตากรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
ด้าน พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพานิช รองผกก(.สส.)สภ.แหลมฉบังกล่าวว่าขบวนการดังกล่าวจัดอยู่ในขบวนการฉ้อฉลประกันภัย พฤติกรรมคือ จะติดป้ายหรือกระดาษโฆษณาชวนเชื่อ ตามตู้โทรศัพท์สารธารณะตามหน้าโรงงาน สถานที่ชุมชน เสาไฟฟ้า หน้าตู้เอทีเอ็ม ว่าต้องการเงินด่วนให้โทรติดต่อไปอัตราดอกเบี้ยต่ำ เมื่อมีผู้สนใจโทรติดต่อไปแก๊งเงินด่วนจะอาศัยความโลภของเหยื่อ หว่านล้อมให้ไปดาวน์รถ จยย.แบบที่เสียเงินน้อยที่สุดโดยจะระบุเสป๊กรถจยย.และร้านจำหน่ายให้กับเหยื่อ แล้วให้นำรถ จยย.มาขายต่อให้ในราคา 1.5-2 หมื่นบาท
หลังจากนั้น ก็แนะนำให้เหยื่อผ่อนสัก2-3งวดแล้วไปแจ้งความว่ารถหาย หลังแจ้งความเรียบร้อยให้นำเอกสารหลักฐานการแจ้งความรถหายไปให้กับทางร้านจำหน่ายรถจยย.ให้เคลมกับบริษัทประกันภัยต่อไป แก๊งเงินด่วนพวกนี้จะอาละวาดอยู่ละแวกพื้นที่ภาคตะวันออกเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย แจ้งความเท็จ และร่วมกันฉ้อโกง ฝากเตือนประชาชนอย่าเห็นแก่เงิน เข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งเงินด่วนที่มีอยู่ทั่วไปเพราะความโลภและรู้เท่าไม่ถึงการนั้นก็จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายไปด้วย ซึ่งน่าจะทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมากซึ่งพบว่าสถิติการแจ้งความรถจย.หายในพื้นที่อำเภอศรีราชานั้นวันละหลายคันอาจเป็นขบวนการดังกล่าวที่ให้ไปดาวน์รถแล้วนำมาขายให้ก็เป็นได้ ซึ่งในครั้งนี้นับเป็นปฏิภาณไหวพริบของพนักงานสอบสภ.แหลมฉบังที่สอบสวนจนยอมรับว่ามาแจ้งความเท็จพร้อมถึงเล่าถึงการะทำของขบวนการแก๊งเงินกู้ด่วนให้ทางตำรวจรับทราบเพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสภ.แหลมฉบังได้แจ้งข้อหานายอนุชาติ ว่ารู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด (แจ้งความเท็จ)หลังจากนั้นนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป









