วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งธกส.เร่งจ่ายเงินยางช่วยเกษตรกรระยะยาว

"อำนวย" รมช.เกษตร สั่งธกส.เร่งจ่ายเงินยาง ย้ำเน้นดูแลเกษตรกรระยะยาว

"ธกส." เร่งจ่ายเงินเกษตรยางพารา ให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด ตามนโยบาย รมช.เกษตรคนใหม่ จากกำหนดเดิมจ่ายครบภายในเดือนมิ.ย.ปีหน้า ส่วนการจ่ายเงินชาวนา คาดภายใน 20 ธ.ค. เงินถึงมือเกษตรกรกว่า 90% เผย"อำนวย ปะติเส" มีแนวคิดผลักดัน และปรับปรุงกฎหมายดูแลเกษตรในระยะยาว

แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ธ.ก.ส.ได้เข้าพบนายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลภาคเกษตร โดยเฉพาะเรื่องข้าว และยางพารา ซึ่งได้สั่งการให้เร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด

จากเดิมที่กระทรวงเกษตรฯ คาดว่า จะรับขึ้นทะเบียนได้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.2558 และ ธ.ก.ส.จะจ่ายเงินได้ครบภายในมิ.ย.2558

นอกจากนี้รัฐมนตรีช่วยฯ ยังมีนโยบายให้มีแนวทางการดูแลเกษตรระยะยาว พร้อมให้มีกฎหมายรองรับ โดยจะเข้ามาตรวจสอบและผลักดันกฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ยางพารา เป็นต้น

สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1 พันบาทต่อไร่ จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 1.5 หมื่นล้านบาท วงเงินรวม 4 หมื่นล้านบาทนั้น ธ.ก.ส.ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ทางกรมส่งเสริมการเกษตร จะส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนชาวนาเกือบทั้งหมดมายังธ.ก.ส.ได้ และธ.ก.ส.จะดำเนินการจ่ายเงินให้ชาวนาภายใน 10 วัน มั่นใจได้ว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ชาวนากว่า 90% จะได้รับเงินอย่างแน่นอน

"เวลานี้มีการจ่ายเงินให้ชาวนาเดินเต็มที่ สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ ประมาณ 1.2-1.3 แสนราย คิดเป็นวงเงินต่อวันประมาณ 1 พันล้านบาท ส่วนการตรวจสอบต่างๆ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการเต็มที่เช่นเดียวกัน เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นต้น เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส"

ส่วนยอดการจ่ายเงินชดเชยรายได้เกษตรกรชาวสวนยางล่าสุด ณ วันที่ 25 พ.ย. มีการจ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว 1.93 พันราย จำนวนพื้นที่ 18.4 ล้านไร่ รวมเป็นเงิน 18.4 ล้านบาท ขณะที่มาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2557/58 ไร่ละ 1 พันบาท มีการจ่ายเงินให้เกษตรไปแล้ว 1.19 ล้านราย พื้นที่ 14 ล้านไร่ รวมเป็นเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าววานนี้ (26 พ.ย.) ว่า กระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตร ธ.ก.ส. เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าว วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการออกพันธบัตรของรัฐวิสาหกิจในคราวเดียวกันที่มีมูลค่าสูงสุด โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี แสดงถึงความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาล และแนวทางการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ

โดยพันธบัตรดังกล่าว มีกระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยตลอดอายุพันธบัตร และรัฐบาลรับภาระการชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ย

การออกพันธบัตรในครั้งนี้ ประกอบด้วยการออกพันธบัตร ธ.ก.ส. พ.ศ. 2556 ครั้งที่ 20 (Re-open ครั้งที่ 2) วงเงิน 42,000 ล้านบาท อายุคงเหลือ 3 ปี 10 เดือน ผลตอบแทน 2.75% ต่อปี และพันธบัตร ธ.ก.ส. พ.ศ. 2558 ครั้งที่ 1 อายุ 7 ปี จำนวน 8,000 ล้านบาท ผลตอบแทน 3.01% ต่อปี

"นักลงทุนแสดงความสนใจลงทุนในพันธบัตรทั้ง 2 รุ่น เป็นวงเงินรวมมากถึง 50,000 ล้านบาท โดยการออกพันธบัตรในรุ่นดังกล่าว มีสัดส่วนของนักลงทุนต่างๆ ที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน (Non-bank) รายใหม่ โดยเฉพาะจากกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมให้ความสนใจลงทุนเป็นจำนวนมาก"

นายกฤษฎา อุทยานิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรดังกล่าว นับเป็นการจัดหาเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจในคราวเดียวกันที่มีวงเงินสูงที่สุด แสดงถึงความเชื่อมั่นและได้การตอบรับข้อเสนอที่ดีจากสถาบันการเงินและนักลงทุนต่างๆ ซึ่งเงื่อนไขผลตอบแทนในการออกพันธบัตรดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่เหมาะสม

ทั้งนี้สัดส่วนนอนแบงก์ ที่ให้ความสนใจซื้อพันธบัตรครั้งนี้ เพิ่มมากขึ้นเป็น 27.3% เทียบกับสัดส่วนนอนแบงก์ ที่ซื้อพันธบัตร ธ.ก.ส. ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 8.7-14.2% แสดงให้เห็นถึงการสร้างและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ เพื่อรองรับการระดมเงินต่อไปในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพต่อไป

แหล่งข่าวจากสบน. กล่าวเสริมว่า จะมีการโอนเงินจากการขายพันธบัตร ธ.ก.ส.ทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท ให้กับทางธ.ก.ส.ได้ภายในวานนี้ ส่วนการออกพันธบัตรครั้งต่อไป ต้องรอการตัดสินใจของรัฐบาลว่า จะมีการบริหารภาระหนี้ ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวว่าจะใช้ระยะเวลากี่ปี รวมถึงวงเงินกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินของ ธ.ก.ส. ที่จะครบกำหนด มาเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจว่าจะออกพันธบัตรครั้งต่อไป ในวงเงินเท่าไร และมีอายุกี่ปี