โขลงช้างป่าแห่บุกทำลายพืชสวนชาวบ้านวังตะกอ จ.ชุมพร เสียหายยับ วอนเพิ่มจนท.เร่งกระชับพื้นที่อาศัยช้าง
วันนี้ (17 พ.ย.) ที่ ศูนย์หมู่บ้าน หมู่ที่ 11 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายสุมน สงละออ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย นายสุพล พัฒนราช หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานป้องกันปราบปรามป่าไม้ที่ 4 ภาคใต้ (สปป.) นายโสพล เครือสาย หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าคลองจาก เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อม นายบัญชา ขาวศิริ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ชพ.5 กำลังจำนวนหนึ่ง เดินทางขึ้นไปบนภูเขาสูง ใน หมู่ที่ 11 หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีโขลงช้างป่าลงมาทำลายพืชสวนจำนวนมาก
ทั้งนี้ บนเส้นทางที่ต้องเดินทางด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่บ้านของนางบุญชิต ชุมพงษ์ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 11 ต.วังตะกอ นำไปดูสวนกล้วย และสวนยางพารา ถูกโขลงช้างป่า บุกเข้าทำลายกัดกินต้นพืชผลไปจำนวนหนึ่ง และ ถ่ายมูลช้างไว้หลายกอง พืชสวนได้รับความเสียหาย
นางบุญชิต บอกว่า โขลงช้างป่ามาในช่วงกลางคืนมากินต้นกล้วย ที่ปลูกไว้ข้างบ้านห่างเพียง 100 เมตรเท่านั้น ตนเองมาเห็นในช่วงเช้าก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่ไม่ได้โทษช้าง เพราะทราบว่า ไม่มีอาหารจะกิน
ส่วนที่บ้านของนายวรรณะ ปัจฉิมเพชร อายุ47 ปี บ้านเลขที่ 143 หมุ่ที่ 11 ต.วังตะกอ นำไปดู สวนปาล์มที่เพิ่งปลูกใหม่ หลายสิบไร่ ถูกโขลงช้างป่า กัดกิน ต้นอ่อนของปาล์มไปร่วม 50 ต้น ในเนื้อที่ ร่วม30 ไร่ และ ลูกช้างได้ถ่ายมูลไว้ในสวนปาล์ม จำนวนหนึ่ง ช้างโขลงนี้เมื่อกินอาหารเสร็จ จะเดิน กลับขึ้นไปบนเขาสูง
นอกจากนั้น ยังมีชาวสวนอีกหลายรายที่ถูกโขลงช้างเข้าไปทำลายกัดกินพืชผล ได้รับความเสีย แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ จะไม่มีใครทำร้ายช้าง เพียงแต่ไม่อยากให้ช้างป่าลงมาทำลายพืชผล เพราะกว่าจะลงทุนปลูกได้ต้องใช้เงินไปจำนวนมาก
ทางด้าน นายสุพล พัฒนราช หน.หน่วย สปป.4 กล่าวว่า ช้างโขลงนี้มี จำนวน7 ตัว และ มีลูกอ่อน1 ตัว ปกติจะอยู่บนป่าดงดิบบนภูเขาสูง แต่มีพวกบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าขึ้นไปตัดไม้ และไล่ช้างป่าโขลงนี้ลงมา ทำให้ ช้างป่าโขลงนี้ไม่มีที่อยู่ ต้องเร่ร่อนไปตามเส้นทางไหล่เขา เมื่อหิวก็ต้องลงมาหาอาหารใกล้กับบ้านเรือนชาวบ้าน จนท.กลุ่มพิทักษ์สัตว์ป่า ได้เฝ้าระวัง มาตลอด4 เดือนที่ผ่านมา เพื่อไม้ให้มีการทำร้ายช้างป่าจากชาวบ้าน ตามที่มีข่าวลือว่า ได้ไล่ยิงลูกช้าง ไปแล้ว แต่ ในขณะนี้ช้างป่าทั้งโขลงยังอยู่ครบ7ตัว ซึ่งจนท.ป่าไม้ได้ร่วมกันติดตามอย่างใกล้ชิด และ หาวิธีให้กลับขึ้นไปอยู่ในป่าดงดิบต่อไป แต่ คาดว่า ด้วยความที่แม่ช้างกลัวลูกจะได้รับอันตรายจากกลุ่มบุกรุกป่า และ ไม่มีอาหารกิน จึงลงมาอยู่ ใน พื้นที่ หมู่ที่ 11 เพราะชาวบ้านย่านนี้ไม่ทำร้ายช้าง ช้างก็จะไม่ทำร้ายคน แต่จะอาศัยพืชผลกินเป็นอาหารบ้าง
เจ้าหน้าที่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ปัญหาในขณะนี้คือ กำลังคนของหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าที่มีอยู่เพียง2-3คนเท่านั้น เนื่อง จากหมดสัญญาจ้างลูกจ้าง เคยขอไปยังกรมอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่เรื่องก็เงียบ ดังนั้น การปฏิบัติตามแผนที่จะควบคุมช้างให้อยู่ในสถานที่หนึ่งจึงไม่สามารถทำได้









