พาณิชย์เล็งนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลืองจากเพื่อนบ้าน ถกกระทรวงเกษตรฯ ป้องกันผลกระทบผลผลิตในประเทศ
“พาณิชย์” เตรียมไฟเขียวนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองจากเพื่อนบ้าน ชง “ประยุทธ์” แจ้งข่าวดีช่วงเยือนลาว 25-26 พ.ย.นี้ วางเงื่อนไขผลิตตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมตั้งสำนักงานที่แม่สอด รับเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดันการค้าชายแดน เล็งจับมือ "เซ็นทรัล" เปิดมุมสินค้าไทยในสาขาต่างประเทศ เผย "ฮ่องกง" นำคณะนักธุรกิจ 40 รายเยือนไทย สบช่องดันขายข้าวหอมมะลิ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้หารือถึงการเตรียมแผนสำหรับการเยือนประเทศลาว ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ย. นี้ โดยได้เตรียมที่จะพิจารณาให้มีการนำเข้าข้าวโพด และถั่วเหลืองจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาแนวทางการนำเข้า ไม่ให้กระทบต่อผลผลิตและเกษตรกรภายในประเทศ
“กำลังพิจารณาร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ถึงระยะเวลาการนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาด และป้องกันกระทบต่อราคาของเกษตรกร โดยไทยต้องนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองตามกรอบของอาเซียนและกรอบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ที่สำคัญ ไทยผลิตไม่เพียงพอ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะนำข้อเสนอไปแจ้งกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นของขวัญ” นางอภิรดีกล่าว
ที่ผ่านมา ลาวและกัมพูชา ได้เรียกร้องให้ไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลืองมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในการนำเข้าข้าวโพด มักจะมีปัญหาในเรื่องของผลผลิตที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไทยจะเข้าไปช่วยเหลือให้มีการผลิตให้ได้มาตรฐานตามที่ไทยกำหนด ก่อนที่จะมีการนำเข้าต่อไป
นางอภิรดี กล่าวต่อว่า ในด้านการค้าชายแดน กระทรวงฯ มีแผนที่จะผลักดันการขยายตัวของการค้าชายแดน โดยจัดตั้งสำนักงานเพื่อสนับสนุนการค้าชายแดน ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะรวบรวมบริการที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่มาให้บริการในสำนักงานแห่งนี้ เช่น การออกใบอนุญาตการส่งออกนำเข้า การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน ให้กับผู้ประกอบการ และยังจะจัดให้มีมุมแสดงสินค้าที่สำนักงานแห่งนี้ด้วย
นอกจากนี้ จะร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีสาขาของห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกต่างๆ ในประเทศต่างๆ เช่น มิลาน อิตาลี เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยจะขอความร่วมมือให้มีการเปิดมุมสินค้าไทย นำสินค้าไทยไปวางจำหน่าย เชื่อว่าจะช่วยผลักดันการส่งออกให้กับสินค้าไทยได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับสถานการณ์การส่งออก ประเมินว่า สินค้าหลายๆ ตัว มีแนวโน้มส่งออกได้ดีขึ้น เช่น เม็ดพลาสติก ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ยางรถยนต์ โดยจะส่งออกได้ดีขึ้นหลังจากประเทศออสเตรเลีย ลดการผลิตและอาจถึงขั้นเลิกการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร ที่จะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น รวมถึงสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเอเปคของ 21 ประเทศ ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีฮ่องกง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อข้าวหอมมะลิไทย เนื่องจากฮ่องกงเป็นตลาดข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทย โดยนำเข้าจากไทยกว่า 90% แต่ขณะนี้นำเข้าจากไทยลดลง เนื่องจากปัญหาในเรื่องราคาที่ผ่านมา ซึ่งฮ่องกงได้ยืนยันว่าจะมีการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น
ในช่วงระหว่างวันที่ 14-17 พ.ย. นี้ จะมีการนำคณะผู้นำเข้าฮ่องกงจำนวน 40 รายมาเยือนไทย ซึ่งจะมีการผลักดันให้เกิดการซื้อขายข้าวหอมมะลิไทยต่อไป






