วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ผู้ใหญ่วอ'พาลูกชายตรวจDNAยืนยันความบริสุทธิ์

"ผู้ใหญ่วอ"นำลูกชายตรวจดีเอ็นเอ ยืนยันความบริสุทธิ์ คดีเกาะเต่า คาดภายใน 1-2 วัน จะทราบผลการตรวจ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ และ นายวรท หรือโดโด้ ตู้วิเชียร อายุ 22 ปี บุตรชาย ซึ่งถูกกระแสความคิดเห็นในสังคมออนไลน์กระหน่ำพุ่งเป้าว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษกตร.

จากนั้น ที่ห้องแถลงข่าว ตร. พล.ต.อ.สมยศ นำนายวรพันธุ์ และนายวรท พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร และพล.ต.ท.ประวุฒิ ร่วมแถลงว่า จากคดีคนร้ายฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นำมาสู่การสื่อสารผ่านกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค มีผู้ที่เข้ามาใช้โซเชียลแสดงความคิดเห็นต่างๆ สร้างความสับสนและทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม อีกทั้งสื่อหลายๆแขนงก็นำไปแพร่ต่อ ทำให้เกิดการแพร่กระจาย สังคมผู้ที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คติดต่อถึงกันละกัน เสพสื่อหรือสิ่งเหล่านั้นไปในทิศทางที่ต่างกัน จริงบ้างไม่จริงบ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมและภาพลักษณ์ ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมาก เรื่องนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและติดตามโดยตลอด ซึ่งตนได้รายงานชี้แจงการมาของตำรวจอังกฤษที่มาสังเกตุการณ์หรือติดตามการทำงานของตำรวจไทย ยืนยันว่าตำรวจอังกฤษเห็นดี ให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนการทำงานของตำรวจไทยเป็นอย่างดี มีความพึงพอใจผลงานหรือการปฎิบัติงานของตำรวจไทยที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และไม่เคยแสดงความเห็น หรือติดใจ หรือแสดงว่าสงสัยว่านายวรท หรือ นายวรพันธุ์จะเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สิ่งที่คำถามต่อสังคมมาโดยตลอดว่า นายวรท เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้หรือไม่ ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการส่งข้อความต่อๆกัน แต่ทางการสืบสวนของตำรวจพิสูจน์ทราบในเหตุผลต่างๆแล้ว ยันว่า นายวรท ไม่อยู่ในพื้นที่เกาะเต่า ในคืนเกิดเหตุตำรวจจึงไม่ได้เรียกตัวมาทำการสอบสวนหรือนำมาตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอแต่แรก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครอบครัวตู้วิเชียร ได้รับผลกระทบทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นสังคมสื่อออนไลน์ สังคมชาวเกาะเต่า ตลอดจนสังคมของชาวไทย มีความเคลือบแคลงสงสัยในตัวนายวรท วันนี้(30 ต.ค.)นายวรพันธ์ จึงพาบุตรชายมาพบและได้มีการหารือว่าต้องสร้างความกระจ่าง และตอบคำถามของสังคมให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ต่างประเทศมีความเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดจนเข้าใจถึงสิ่งต่างๆที่มีการสื่อผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างว่าในเกาะเต่าที่มีผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียที่อยู่เหนือกฎหมาย วันนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของครอบครัวตู้วิเชียร นายวรพันธ์นำลูกชายมาพบ และยินดีให้เก็บดีเอ็นเอไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นอแฝงที่พบในตัวผู้เสียชีวิต

โดยวันนี้ตนเชิญสถาบันสามารถตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอได้ ถึง 4 แห่ง ประกอบด้วย สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของนายวรทไปตรวจเทียบ โดย สถาบันนิติเวชฯ ใช้วิธีการเก็บเนื้อเยื่อที่กระพุ้งแก้ม ส่วนอีก3 แห่งใช้วิธีการเก็บตัวอย่างเลือด ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1-2 วัน จะทราบผลการตรวจอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะมีการแถลงผลต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

“ในการสืบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจที่ทำคดีต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน ตลอดจนพยานเอกสาร รวมทั้งผลทางนิติวิทยาศาสตร์ นำเสนอต่อศาลเพื่ออนุมัติหมายจับแล้วนำทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันในโลกของสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียมีการแชร์ส่งข้อมูลหรือส่งข้อความ บางครั้งมีจริงและบางครั้งไม่ถูกต้อง เป็นเท็จ เป็นลักษณะที่มโนนึกเอาเอง มโนโซเชียล แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บางครั้งผู้รับข้อมูลไม่ได้ใช้วิจารณญาณหรือการไตร่ตรองตัดสินใจที่รอบครอบ นำไปวิพากษ์วิจารณ์ ส่งต่อข้อมูลไป สื่อก็นำไปแพร่ต่อ ยิ่งทำให้มีการแพร่กระจายขยายไปยิ่งขึ้นไปอีก กระทบต่อสังคม ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เกิดความเคลือบแคลงสงสัย นำไปสู่ความแตกแยกของสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าและของประเทศไทย ซึ่งการ นำส่งข้อความต่างๆหรือมีการโพสข้อมูลต่างๆทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น อยากจะเตือนว่าหากข้อความนั้นเป็นข้อความอันเป็นเท็จ คนที่ส่งและคนที่นำข้อความนั้นไปโพสต่อ แชร์ต่อ หากข้อความนั้นเป็นเท็จจะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นก่อนที่จะนำข้อความมาโพสต์ต่อ ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่กระทำผิด หรือเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมายอย่างที่กล่าวมา และยอมความไม่ได้ และขอฝากไปยังพี่น้องประชาชน องค์กร หรือสถาบันต่างๆ ที่นิยมเอากระแสหรือเรื่องคดีความต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วมีการสื่อสารผ่านทางสังคมออนไลน์มาใช้อ้างอิงในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง องค์กร หรือสถาบัน ขอให้คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ท่านอาจจะอ้างว่าท่านมีกฎหมายของท่าน ผมก็บอกว่าตำรวจมีก็ทำอะไรภายใต้กฎหมาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น

นอกจากนี้ขอฝากไปยังส่วนที่มีหน้าที่นำเสนอข่าวสาน ขอให้นำเสนอตามหลักวิชาชีพการสื่อมวลชนที่ถูกต้อง อย่านำเสนอเพียงเพราะกระแสหรือเพื่อต้องการดึงดูดให้คนสนใจข่าวสาร” ผบ.ตร.กล่าวและว่า “ กรณีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ประชาชนรวมทั้งสังคม พี่น้องสื่อมวลชน ควรเชื่อมั่นกระบวนยุติธรรมของตำรวจไทย แม้กระทั่งตำรวจอังกฤษที่มาร่วมรับฟังการดำเนินการของตำรวจไทย ยังยอมรับว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไทยถูกต้อง เชื่อถือได้ตามวิชาชีพตำรวจ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ที่พูดกันไปว่ามีการซ้อม ทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพ ตนยืนยันได้ไม่มี คดีนี้ไม่มีแพะแน่นอน" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวว่า การแถลงข่าวและตรวจดีเอ็นเอครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดี เนื่องจากคดีอยู่ในชั้นอัยการแล้ว เป็นเพียงการแสดงความบริสุทธิ์ใจของครอบครัวตู้วิเชียรเท่านั้น ส่วนที่ผู้ต้องหาชาวพม่าจะขอให้ตรวจดีเอ็นเออีกครั้งนั้น ตนไม่สามารถให้ความเห็นได้ ตอนนี้เป็นอำนาจอัยการพิจารณา หากอัยการไม่สั่งตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนเพจเฟชบุ๊คที่โจมตีการำคดีนี้และกล่าวหาครอบครัวตู้วิเชียร นั้นตำรวจสืบทราบแล้วว่าเป็นใคร มีเจตนาอย่างไร ซึ่งค่อนข้างชัดว่าพุ่งเป้าดิสเครดิตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุดสืบสวน รัฐบาล รวมถึงตนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า บุคคลดังกล่าวมีเจตนาสร้างความเสียหายให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการตำรวจทุกคน รัฐบาลไทย รวมถึงตนด้วย แต่เราไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากขณะนี้สำนวนคดีอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่อศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถนำข้อมูลที่อยู่ในสำนวนออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชนได้ตามที่สื่อมวลชนต้องการ ทั้งนี้สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท..)ตรวจสอบข้อมูลในโซเชีลยมีเดียอย่างละเอียดแล้ว

เมื่อถามต่อว่า บุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคู่ขัดแย้งทางการเมืองกับรัฐบาล คสช.หรือไม่ ผบ.ตร. ตอบว่า ตำรวจรู้ตัวว่าเป็นใคร แต่ไม่อยากไปลงลึกขนาดนั้น ตำรวจทำตามที่พนักงานอัยการสั่งเท่านั้น ถ้าอัยการไม่สั่ง เราก็ไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลต่างๆได้มาก เพราะมีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ด้าน นายวรพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่า ทั้งๆที่ตนและครอบครัวให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี แต่ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นกับครอบครัวและธุรกิจของตน นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ครอบครัวแล้ว ชาวเกาะเต่าและภาพลักษณ์ของประเทศก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ตนต้องออกมามาแถลงข่าวแสดงความบริสุทธิ์ โดยครั้งแรกได้แถลงไปแล้วที่เกาะเต่า อย่างไรก็ดีตนได้พาบุตรชายมาตรวจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจแล้ว ขอสังคมให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวและบุตรชายของตนด้วย

"ขอวิงวอนสื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ และโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์บางแห่งซึ่งผมติดตามข้อมูลมาโดยตลอด ขอให้หยุดนำเสนอข่าวสารที่ไม่ถูกต้องเสียที ผมได้เคยติดต่อสอบถามว่าเขาเป็นใครแล้ว แต่เขาอยู่ในที่มืด ส่วนครอบครัวของผมอยู่ในที่แจ้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ครอบครัวได้ปรึกษากับทนายความในแง่กฎหมายแล้วว่าสมควรจะดำเนินการฟ้องร้องหรือไม่ " นายวรพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าคิดว่าสาเหตุที่ครอบครัวถูกโจมตีมาจากเรื่องการเมืองหรือผลประโยชน์ หรือไม่ เจ้าของเอซีบาร์ กล่าวว่า ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ก็พยายามครุ่นคิด แต่ไม่ทราบคำตอบว่าทำไมครอบครัวจึงถูกโจมตีมากขนาดนี้ ไม่ได้มองว่าตัวเองและครอบครัวเป็นเหยื่อ เข้าใจการทำงานของตำรวจที่ต้องตั้งประเด็นไว้ก่อนในตอนแรกซึ่งโยงมาถึงครอบครัวตน แต่เมื่อสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่าไม่ใช่ ก้น่าจะจบ ตนไม่เข้าใจที่กลับมาการนำไปขยายความผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนจนเกิดความเสียหายขนาดนี้

ด้านนายวรท กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดสังคมไทยจึงเชื่อถือข้อมูลจากคนที่ไม่มีตัวตน และพูดกันไปเชื่อกันไป ไม่เคยมีใครมาถามข้อเท็จจริงจากตนเลย มีเพียงเพื่อนสนิทเท่านั้น

ขณะที่ นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์นิติเวช สาขาวิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจดีเอ็นเอว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอทั้งจากการขูดเอาจากกระพุ้งแก้มและด้วยวิธีการเจาะเลือด ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง โดยจะนำตัวอย่างดีเอ็นเอของ นายวรท ไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บได้จากบริเวณช่องคลอดของศพผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิง และดีเอ็นเอจากศพฝ่ายชาย รวมทั้งดีเอ็นเอที่พบโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้เร่งตรวจสอบเพื่อให้ได้ผลออกมาไขข้อข้องใจของสังคมโดยเร็วที่สุด