บุคลากรจากโรงพยาบาลชุมชน กว่า400คน ยื่นแถลงการณ์ได้รับผลกระทบจากการจัดสรรเงินที่ไม่เป็นธรรม
เผยขณะนี้เกิดปัญหาสถานพยาบาลเผชิญวิกฤตทางการเงิน ระดับ7 สภาพคล่องทางการเงินไม่ดี,รายรับรายจ่ายต่อปีติดลบ เงินสำรองสุทธิติดลบ
ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีกลุ่มแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่กลุ่มโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยบริหารและบริการ เขตบริการสุขภาพที่ 12 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบริหารและจัดสรรเงินที่ไม่เป็นธรรม กว่า 400 คน ได้มารวมตัวกัน ที่ สปสช. เขต 12 หาดใหญ่ ซึ่งเขตบริการสุขภาพที่ 12 มีโรงพยาบาล จำนวน 77 แห่ง ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ประกอบด้วย ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีนายแพทย์อุดมเกียรติ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกโพธิ์ เป็นแกนนำ มาทำการยื่นแถลงการณ์ พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจกับ ดร.ทพ.วิรัตน์ เอื่องพูลสวัสดิ์ ผอ.สปสช.เขต 12
เพื่อขอให้รับปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มโรงพยาบาลชุมชน ผ่านไปยังผู้รับผิดชอบที่ส่วนกลางทั้งนี้ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โรงพยาบาลทั้ง 77 แห่ง ต้องดูแลสุขภาพประชากร 5 ล้านคน นอกจากปัญหาสุขภาพของประชาชนที่ต้องดูแลรักษาส่งเสริมป้องกันและฟื้นฟู แล้ว ยังมีปัญหาวิกฤตการเงินอย่างรุนแรงในโรงพยาบาลชุมชน (รพช.)กลุ่มหนึ่ง ที่มีประชากรกลาง ( 50,000 - 70,000 คน )แต่เป็นสถานบริการขนาดกลาง - ใหญ่ ซึ่งบางพื้นที่เคยเป็นอำเภอ และชุมชนเจริญที่มีผู้มาใช้บริการมาก และสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายมาก่อนที่จะมีหลักประกันสุขภาพ 30 บาท รักษาทุกโรค มีรายจ่ายเงินเดือนบุคลากรที่สูง ค่าใช้จ่ายในการรักษาดูแลผู้ป่วยที่สูงอยู่แล้ว ในการบริหารโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี
ปีงบประมาณ 2557 รวมเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 6 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 154,257,965 ล้านบาท อัตราเงินเหมาจ่ายรายหัว 2,897.09 บาทต่อคน(ผู้มีสิทธิ์)ในจำนวนประชาชนไทยทั่วประเทศ 48,852 ล้าน โดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายจัดสรรเงิน 9 ประเภทบริการ ในหลักเกณฑ์จัดสรรเงินค่าใช้จ่ายผู้ป่วยซึ่งตามผลงาน จำนวนผู้ป่วยกลุ่มอาการหนักเบาของโรค การจัดส่งข้อมูลจะสอดคล้องกับต้นทุนการบริการซึ่งสมเหตุสมผล แต่ประเภทบริการผู้ป่วยนอกเป็นการเหมาจ่าย 1,056,96 บาทต่อคน
ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีผู้มารับบริการมาก จะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง รวมทั้งเกณฑ์การหักเงินเดือนรายอำเภอ(เงินเดือนเจ้าหน้าที่ โรงพบาบาล สาธารณสุขอำเภอ รวมถึง โรงพยาบาลสุขภาพตำบล )ทำให้โรงพยาบาลดังกล่าว คงเหลือเงินสุทธิในการบริการประชาชนไม่ถึง 1,000 บาท ต่อคน บางโรงพยาบาลได้ 700-800 บาท และน้อยกว่านี้ก็มี เป็นเงินที่ไม่เพียงพอในการบริการประชาชน
สาเหตุดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลที่มีสถานภาพวิกฤตทางการเงินระดับ 7 ระดับรุนแรง(สภาพคล่องทางการเงินไม่ดี,รายรับรายจ่ายต่อปีติดลบ,เงินสำรองสุทธิติดลบ)มีจำนวนมากมาตลอดซึ่งปัญหานี้ ผู้บริหารเขตบริการสุขภาพเขตที่ 12 และคณะกรรมการบริหารการเงินการคลังทราบ และประชุมแก้ไขร่วมกันมาตลอดและมีมาตรการให้ โรงพยาบาลทำแผนปรับปรุง เพิ่มรายรับลดรายจ่าย บริหารเงินให้มีประสิทธิภาพและติดตามอย่างต่อเนื่อง
แต่จำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรรเพื่อช่วยเหลือ ที่ไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์ของ สปสช.ที่มีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถเกลี่ยเงินช่วยเหลือได้มากนัก แม้มีมติจัดสรรเงินช่วยเหลือจากคณะกรรมการบริหารเขต แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจาก สปสช.นี่เป็นปัญหาวิกฤตที่รุนแรง
กลุ่มโรงพยาบาลดังกล่าวจึงมีข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางเพื่อพิจารณา จะเฝ้ารอผลของการแก้ไข และเคลื่อนไหวบนความชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริการประชาชน ซึ่งทาง ดร.ทพ.วิรัตน์ รับที่จะนำเรื่องเสนอไปยังส่วนกลาง เพื่อหาทางแก้ไข








