วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างเขื่อนกันกัดเซาะชายฝั่งหาดปากเมงชะงัก

สร้างเขื่อนกันกัดเซาะชายฝั่งหาดปากเมง จ.ตรัง ชะงัก เหตุต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะอยู่เขตชุ่มน้ำโลก

นายพงศ์ภวัน จิตรบรรเจิดกุล โยธาธิการและผังเมืองตรัง พร้อมด้วยนายนฤทธิ์ มงคลศรี นายอำเภอสิเกา จ.ตรัง และนายมาโนชย์ วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ลงพื้นที่พบปะกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ชายหาดปากเมง หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง หลังจากในปีงบประมาณ 2558 ทางจังหวัดไม่สามารถ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณชายหาดปากเมงได้ แม้ทางจังหวัดจะอนุมัติงบประมาณแล้ว 28 ล้านบาทเศษ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่

นายพงศ์ภวัน จิตรบรรเจิดกุล โยธาธิการและผังเมืองตรัง กล่าวว่า จังหวัดได้อนุมัติงบประมาณปี 2558 กว่า 28 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณชายหาดปากเมง ความยาว 910 เมตร เป็นลักษณะเขื่อนกำแพงอยู่บนชายหาด ซึ่งเดิมการสร้างเขื่อนลักษณะดังกล่าว ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับใหม่ปี 2556 สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เลย โดยไม่ต้องทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

แต่ปรากฏว่าเมื่อจะดำเนินการจัดซื้อจัดสร้างมาพบว่า ยังมี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปี 2545 ที่กำหนดให้เขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นเขตพื้นที่แรมซาร์ไซด์ หรือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก และมติคณะรัฐมนตรีปี 2552 กำหนดให้บริเวณพื้นที่ที่ได้รับการประกาศ ให้เป็นพื้นที่ชุมน้ำโลก การจะดำเนินการก่อสร้างสิ่งถาวรใดๆ จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสียก่อน ซึ่งในการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี

ดังนั้นทำให้การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดปากเมงไม่สามารถจะดำเนินการก่อสร้างได้ จำเป็นจะต้องมีการชะลอโครงการไว้ก่อน แล้วต้องไปเริ่มต้นที่การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นรวมไปถึงพื้นที่การกัดเซาะชายฝั่งบนเกาะลิบง อ.กันตัง ก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่ชุมน้ำโลก การจะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนหรือสิ่งถาวรใดๆก็จะต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเช่นเดียวกัน

นายมาโนชย์ วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า การเป็นพื้นที่ภายใต้ข้อกำหนดมีประกาศซ้อนทับอยู่ ต้องทำรายงานผลกระทบ เพื่อจะได้ทราบว่าหากสามารถทำได้ภายใต้บริบทของตัวชี้วัดทางสิ่งแวดล้อมแล้วนี้ ก็จำเป็นที่ต้องรู้ว่าส่วนไหนที่จะต้องระมัดระวัง ที่ผ่านมาเขื่อนที่มีอยู่พบว่ามีปัญหา ฉะนั้นจะต้องระมัดระวังกับสิ่งที่จะต่อเติม

"ส่วนตัวก็รู้สึกกังวลกับปัญหาธรรมชาติที่เกิดขึ้น ในส่วนของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มีแผนการแก้ปัญหารองรับไว้แล้ว คือ จะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่บริเวณหลังหาดตลอดแนว เพื่อให้ประชาชนเช่าพื้นที่ ส่วนด้านหน้าก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติที่เราจะต้องต่อสู้ต่อไป" นายมาโนชย์ กล่าว

นายวินัย ชูเสียงแจ้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด กล่าวว่า ทุกฝ่ายทราบถึงความจำเป็นต่อการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่เสียดายงบประมาณที่ได้มาแล้วแต่สร้างไม่ได้ ส่วนตัวเห็นว่าปีนี้แนวต้นสนทั้งหมดคงยืนต้นผ่านไปได้ เนื่องจากเป็นปลายฤดูมรสุมแล้ว แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยปีหน้าเชื่อว่า แนวชายหาด ต้นสน และถนนทั้งหมดจะต้องถูกคลื่นซัดหายไปทั้งหมด จึงอยากให้ทางจังหวัดเร่งหาทางรับมือปัญหาเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อรักษาพื้นที่เอาไว้ให้ดีที่สุด

นายนฤทธิ์ มงคลศรี นายอำเภอสิเกา กล่าวว่า ทุกฝ่ายรู้สึกกังวล เพราะหาดปากเมงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดตรัง จากการประเมินความเสียหายของพื้นที่ชายหาดในปีนี้พบว่า พื้นที่ชายหาดหายไป 6-8 เมตร ดังนั้นเมื่อปี 2558 สร้างเขื่อนป้องกันถาวรไม่ได้ ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ชายหาดปากเมง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากถูกคลื่นซัดชายฝั่งแล้ว เพื่อนำงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะเฉพาะหน้าเอาไว้ เพื่อรับมือมรสุมปีหน้า ที่สำคัญจะต้องรักษาพื้นที่เอาไว้ให้ดีที่สุด