สหกรณ์แท็กซี่ ยืนยันขอปรับราคาเพิ่มขึ้น 10% หลัง กบง.มีมติขึ้น LPG-NGV ขณะที่ภาคขนส่งยืนยันไม่ปรับขึ้น
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เปิดเผยภายหลังรับทราบมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ปรับเพิ่มราคาแอลพีจีภาคขนส่ง 62 สตางค์/กิโลกรัม และเอ็นจีวี 1 บาท/กิโลกรัม มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยอัตราเพิ่มขึ้นดังกล่าวยังให้เงินอุดหนุนราคาค่าก๊าซในส่วนของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสารสาธารณะ ว่า เป็นอัตราที่ผู้ขับแท็กซี่ยอมรับได้และทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณกะละ 30 บาททั้งผู้ประกอบการที่ใช้ เอ็นจีวีและแอลพีจี ถือเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่มาก
สำหรับการเจรจาขอปรับราคา จากเดิมยังไม่ทราบอัตราการปรับขึ้นค่าก๊าซภาคขนส่งที่ชัดเจน กลุ่มแท็กซี่จึงขอปรับราคารวมต้นทุนพลังงาน รวมถึงค่าครองชีพต่าง ๆ โดยขอขึ้นค่ามิเตอร์ร้อยละ 20 แต่เมื่อ กบง.ปรับขึ้นราคาดังกล่าวผู้ประกอบการรถแท็กซี่จึงเห็นว่าน่าจะขอปรับราคาเพียงร้อยละ 10 มีเหตุผลจากค่าครองชีพเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับกระทรวงคมนาคมสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการนัดหมายว่ากระทรวงคมนาคมโดยคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง จะมีการเร่งพูดคุยเรื่องโครงสร้างต้นทุนราคากับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ก่อนวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการนำต้นทุนพลังงานที่ กบง.ปรับขึ้นวันนี้หารือด้วย
ด้านนายทองอยู่ คงขันธ์ รองประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า ราคาปรับขึ้นดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบทำให้เป็นต้นทุนผู้ประกอบการที่นำไปสู่การปรับราคาค่าขนส่งแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันรถบรรทุกภาคการขนส่งไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงแอลพีจี ส่วนรถบรรทุกที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ก็มีสัดส่วนน้อยประมาณ 60,000-70,000 คันของจำนวนรถบรรทุกทั้งหมดที่มีประมาณ 1 ล้านคัน ดังนั้น การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ก็ยังไม่เป็นเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับราคาดีเซลเพิ่มขึ้น ทำให้เกิน 30 บาทต่อลิตร แน่นอนจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการขนส่งโดยตรง ซึ่งต้องติดตามราคาและทิศทางราคาพลังงานในอนาคต
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการภาคขนส่งจะเรียกร้องไปถึงภาครัฐและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อีกครั้งว่าที่ผ่านมา ปตท.อ้างขาดทุนจากการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคไม่สามารถขยายสถานีเติมก๊าซกับการวางแนวท่อก๊าซเพิ่มได้ วันนี้เมื่อมีการอนุมัติให้ทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซภาคขนส่งได้แล้ว ก็อยากให้ ปตท.และภาครัฐสร้างความชัดเจนในเรื่องการขยายสถานีบริการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย









