วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวา!เสือโคร่งโผล่ตะปบวัว-ควาย

ผวา!เสือโคร่งโผล่อาละวาดพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ ตะปบวัว-ควาย3ตัว ชี้ไม่ใช่ความผิดสัตว์ป่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งว่ามีสัตว์ดุร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเสือโคร่งออกมาล่าและกินวัว และควายของชาวบ้านบ้านห้วยส้าน ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ที่ปล่อยเลี้ยงไว้ในป่า ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 5 กิโลเมตร ล้มตายไปจำนวนทั้งสิ้น 3 ตัว สร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านในระแวกดังกล่าวอย่างมาก

นายวิเชียร ชัยลุน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านห้วยส้าน ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านของตนชื่อนายดี บุญสม เมื่อวานนี้ว่า มีสัตว์ดุร้ายคาดว่าน่าจะเป็นเสือออกมากินวัวของตนตายไป 1 ตัว ภายในป่าหลังจากที่ตนได้ปล่อยให้ออกไปหากินเองตามปกติ ต่อมาทางตนและลูกบ้านจึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบก็พบร่องรอยของสัตว์ตัวดังกล่าว เบื้องต้นพบรอยเท้าและร่องรอยของวัวควายที่ถูกทำร้าย มีบาดแผลคล้ายถูกกรงเล็บและรอยเขี้ยวขย้ำ ซึ่งทางชาวบ้านเชื่อว่าเป็นร่องรอยของเสือโคร่งที่ออกล่าเหยื่อในป่าดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าขนาดใหญ่วัดความกว้างได้ประมาณ 16 เซ็นติเมตร จึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นเสือโคร่งที่ออกมาจากป่าลึกมาล่าเหยื่อ ขณะเดียวกันหลังเกิดเรื่องตนก็ได้รับแจ้งจากลูกบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง คือนายไสว อำไพ ซึ่งเป็นลูกบ้านหมู่ 13 และนายบรรจง ลาพอ ลูกบ้าน หมู่ 14 ว่า วัวควายที่เลี้ยงไว้ก็ได้ถูกฆ่าตายเช่นกัน จึงมั่นใจว่าสัตว์ดุร้ายตัวนี้น่าจะยังวนเวียนอยู่ในจุดใกล้เคียงกับที่วัวควายของกลุ่มลูกบ้านถูกฆ่าตาย

“ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จึงได้แจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนาให้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นล่าสุดวันนี้ ทางผมได้มีการประชุมร่วมกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และได้ข้อสรุปว่าจะนำกำลังเข้าตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาเบาะแส พร้อมทั้งได้ประกาศประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเพื่อแจ้งเตือนลูกบ้านให้ระมัดระวัง และให้นำวัวควายที่ปล่อยไว้ในป่าออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะถูกฆ่าตายอีก" นายวิเชียร กล่าว

ขณะที่นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติชาติศรีลานนา กล่าวว่า เบื้องต้นจากที่ได้รับรายงานมายังไม่สามารถระบุได้ว่าสัตว์ที่ออกกินวัวและควายชาวบ้านตอนนี้นั้นเป็นเสือจริงหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นตัวพบแต่ร่องรอยเท่านั้นและในป่าก็มีสัตว์หลายชนิด หรือไม่แน่อาจจะเป็นฝูงหมาไน

ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานกับทางทีมวิจัยสัตว์ป่าให้ร่วมเข้าตรวจสอบด้วยกันในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ย.) เพื่อตรวจดูร่องรอยและลักษณะบาดแผลของสัตว์ที่ตาย เพื่อจะได้ระบุได้ว่าเป็นสัตว์ป่าชนิดใด ส่วนที่บอกว่าสัตว์ดังกล่าวได้ออกอาละวาดนั้นก็ไม่ใช่การออกอาละวาด เพราะจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีระยะทางที่ห่างจากหมู่บ้านใกล้เคียงประมาณ 4-5 กิโลเมตร และยังเป็นเส้นทางที่ต้องเดินเท้าเข้าไปค่อนข้างนาน

"การจะออกล่าหรือจับสัตว์ดังกล่าวที่เป็นสาเหตุทำให้วัวควายชาวบ้านล้มตายคราวนี้ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งไม่แปลกที่จะมีสัตว์ป่าออกมาหากิน แต่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องนั้นจะต้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์และแจ้งเรื่องเตือนให้ทางประชาชนและชาวบ้านทราบเพื่อไม่ให้ชาวบ้านปล่อยวัวควายหรือสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยาน ลึกเกินไป เพราะอาจจะถูกสัตว์ป่าเหล่านี้ฆ่าตายอีก ซึ่งหากพูดถึงกฎหมายก็เท่ากับว่าทางชาวบ้านนั้นก็ได้ลุกล้ำพื้นที่ของอุทยาน เช่นกัน" นายยศวัฒน์ กล่าว

นายยศวัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ทางตนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการเดินทางเข้าตรวจสอบในจุดที่พบซากวัว ควายที่ตายก่อนและจะได้ตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งความคืบหน้าทางตนจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

ด้านนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนาว่าในพื้นที่บ้านห้วยส้าน ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ มีสัตว์ดุร้ายออกมากัดกินวัว ควายของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ในป่า จนถึงขณะนี้ตายไปแล้ว 3 ตัว เบื้องต้นได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระมัดระวังไม่เข้าไปในป่า และกำลังเข้าตรวจสอบแล้วว่าสัตว์ดุร้ายที่ออกล่าเหยื่อครั้งนี้เป็นเสือจริงหรือไม่

“อย่างไรก็ตาม เสือนั้นมีอาณาเขตในการล่า 30-100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ากว้างมากอีกทั้งหากเป็นเสือจริงนั้นก็แสดงให้เห็นว่าป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เพราะเสือเป็นสัตว์กินเนื้อ ดังนั้นถ้าเสืออยู่ได้ก็จะเห็นว่าในป่ายังมีสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเก้ง กวาง หรือสัตว์อื่นๆ ให้ล่าเป็นอาหารได้ จึงมองว่าป่าแถบนั้นมีความสมบูรณ์อย่างมาก ไม่คิดที่จะกำจัดเสือ แต่จะใช้วิธีป้องกันไม่ให้ชาวบ้านปล่อยสัตว์เลี้ยงอยู่แนวป่าเขา หรือจับเสือตัวดังกล่าวเพื่อย้ายเข้าไปในป่าลึกห่างไกลจากชาวบ้านต่อไป” นายกลมไชย กล่าว