จนท.รวบ 2 ผัวเมียขายปืนผ่านเฟซบุ๊ค ขณะจัดส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ พร้อมยึดปืนปากกา 14 กระบอก
ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายฉัตรชัย หรือจ่ามด อยู่เจริญ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999/1 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. และ น.ส.บังอร เนื่องดิถี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 319 ม.1 ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง สองสามีภรรยา พร้อมของกลางอาวุธปืนปากกา 14 กระบอก ปืนพกสั้น 3 กระบอก อาวุธปืนยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด .45 , .38 และ.22 รวม 371 นัด กล่องพัสดุไปรษณีย์ 12 กล่อง สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ชื่อบัญชีนายสมนึก จาดทอง จำนวน 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็มระบุชื่อนายสมนึก จาดทอง 1 ใบ ใบเสร็จรับเงินของบริษัทไปรษณีย์ไทย 100 แผ่น และโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง
พล.ต.ต.สุพิศาล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีเหตุกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยใช้อาวุธปืนยิงกันหลายครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ผู้ต้องหาบางส่วนสารภาพว่าสั่งซื้ออาวุธปืนปากกาและกระสุนปืนมาจากทางอินเตอร์เน็ต ทางเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า มีการจำหน่ายอาวุธปืนขนาดต่างๆทางอินเตอร์เน็ตผ่านทางเฟซบุ๊ก หน้าเพจ "ต้องการ จริง" โดยจะมีการจัดส่งอาวุธปืนทางไปรษณีย์ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ อ.เมือง กับ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และ อ.เสนา กับ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปดักซุ่มดูพฤติกรรมผู้จัดส่งพัสดุที่ทำการไปรษณีย์ดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็พบ น.ส.บังอร เดินทางมาส่งพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(อีเอ็มเอส) จำนวน 11 กล่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงประสานกับทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เพื่อทำการตรวจสอบพัสดุทั้ง 11 กล่อง ก็พบอาวุธปืนปากกา 11 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีก 72 นัด ซุกซ่อนอยู่ทุกกล่อง
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งจึงสะกดรอยตาม น.ส.บังอร ไปจนถึงห้องพักที่ภูดิศ อพาร์ทเม้นต์ ต.ไม้ตรา อ.บางไทย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นห้องพักผลปรากฏว่ายังพบอาวุธปืนปากกาอีก 3 กระบอก อาวุธปืนสั้น 3 กระบอก และอาวุธปืนยาวอีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนขนาดต่างๆ อีกจำนวน 299 นัด จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจับกุมนายฉัตรชัย ได้ในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนนายฉัตรชัย ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นลูกจ้างโรงกลึงแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และนำปืนไปขายให้คนรู้จัก ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กเพจดังกล่าว ในราคากระบอกละ 1,200 บาท โดยคนรู้จักก็จะนำไปประกาศขายทางเฟซบุ๊กหน้าเพจในราคากระบอกละ 1,600 บาท ทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อมาก็จะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เจ้าของเฟซบุ๊กจ้างคนไปเปิดไว้ จากนั้นตนก็จะให้ภรรยานำอาวุธปืนไปจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ให้กับลูกค้าตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารและใบเสร็จไปรษณีย์พบว่า ตั้งแต่ปี 2555 ผู้ต้องหาได้จัดส่งอาวุธปืนไปแล้ว 122 กระบอก ปี 56 จัดส่งไป 402 กระบอก และปี 57 จัดส่งไปทั้งหมด 605 กระบอก รวมทั้งสิ้น 1,129 กระบอก ซึ่งจากการตรวจสอบชื่อลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น และมีการสั่งซื้อมาจากทั่วประเทศ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบใบเสร็จยังพบว่า นายฉัตรชัย ได้สั่งซื้อสปริงจากร้านค้าต่างๆมา ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวน่าจะใช้ความรู้เรื่องการกลึงที่มีอยู่ นำท่อเหล็กมาดัดแปลงให้เป็นปืนปากกาจำหน่าย เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่อยู่ในขบวนการ ทั้งเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก รวมทั้งผู้ที่สั่งซื้ออาวุธปืนจากผู้ต้องหาอีกด้วย









