วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับนักตุ๋นหลอกทำสัมปทานผลิตปุ๋ย

จับนักตุ๋น อ้างเป็นตัวแทนจากกระทรวงเกษตร หลอกทำสัมปทานผลิตปุ๋ย รวมมูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 26 กันยายน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ณต เศวตเลข รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป.แถลงการจับกุม น.ส.ปัญญาพร นิลเกต อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191/27 หมู่ 10 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 642/2557 ลงวันที่ 5 กันยายน 2557 "ข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมถนนทางหลวง หมายเลข 2256 (ม่วงค่อม-ด่านขุนทด) ใกล้สี่แยกเขาน้อย ต.เขาน้อย อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายปุ๋ย หรือโรงงานผลิตปุ๋ย ทางภาคอีสานและภาคกลาง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ป.ว่าถูก น.ส.ปัญญาพร หลอกลวงให้เข้าร่วมโครงการสั่งซื้อปุ๋ยจาก 9 จังหวัดทางภาคอีสาน ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.อุบลราชธานี จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ ของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง โดยอ้างตัวว่ารู้จักผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถช่วยให้ได้รับสัมปทานโครงการดังกล่าว แต่มีการเรียกเงินจากผู้เสียหายเป็นค่าดำเนินการ รายละ 300,000-400,000 บาท และมีการโอนเงินให้หลายครั้ง รวมมูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับแจ้ง ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวบพยานหลักฐานต่างๆ กระทั่งพบว่าโครงการนี้ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการแอบอ้างของ น.ส.ปัญญาพร ส่วนเอกสารประกาศโครงการซึ่งมีตราประทับของกองทุนสงเคราะห์ฯ ล้วนถูกทำปลอมขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย ต่อมาชุดสืบสวนจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเอาไว้ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้หลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยเรียนจบชั้น ปวส.ไมได้ประกอบอาชีพอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นได้คิดเองคนเดียว โดยหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ต ส่วนเอกสารและตราประทับของกองทุนสงเคราะห์ฯ ก็ทำปลอมขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ แต่อย่างใด สำหรับบุคคลที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ก็ให้คนรู้จักกันสมอ้างเป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย ให้เกิดความไว้วางใจเท่านั้น

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นมีการจัดทำร่างโครงการและสัญญา ซึ่งใช้ภาษากฎหมายได้อย่างแนบเนียนน่าเชื่อถือจึงเชื่อว่าน่าจะมีผู้ให้คำปรึกษา หรืออยู่เบื้องหลัง จึงเตรียมสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 44/2557 ลงวันที่ 25 มกราคม 2557 ข้อหาฉ้อโกง ติดตัวอยู่ด้วย

ด้าน นายศรัณย์ จาตกานนท์ อายุ 36 ปี เจ้าของโรงงานไทยไบโอเทค เฟอร์ติไลเซอร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2556 ได้รู้จักกับผู้ต้องหาผ่านทางน้องที่สนิทกัน โดยผู้ต้องหารายนี้ อ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ตนได้รับสัมปทานในโครงการดังกล่าว ซึ่งต้องการปุ๋ยเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนจะทำกำไรได้มหาศาล ตลอดระยะเวลาของโครงการ 5 ปี จึงรู้สึกสนใจ ประกอบกับได้เห็นเอกสารที่มีตราประทับของหน่วยงานราชการ ทำให้เกิดความเชื่อถือ แต่ทางผู้ต้องหาได้เรียกเงินเป็นค่าดำเนินการอ้างว่าต้องนำไปดูแลผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ

นายศรัณย์ เปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมาได้โอนเงินให้กับผู้ต้องหาเป็นค่าดำเนินการมาแล้วกว่า 10 มีทั้งบัญชีธนาคารในชื่อของผู้ต้องหา และบุคคลอื่นรวม 3 บัญชี เป็นเงินครั้งๆ ละ 1.5 แสนบาท รวมแล้วโอนไปทั้งสิ้น 1.9 ล้านบาท นอกจากนี้ทางผู้ต้องหา ยังทำทีโทรศัพท์ไปพูดคุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ ก่อนจะแจ้งกับตนว่าจะมีการขยายโครงการออกไปจาก 9 เป็น 19 จังหวัด ขอให้ตนอดทนรอ แต่เมื่อพบว่ามีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่ถูกกล่าวอ้างลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง ก่อนจะรวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเอาไว้ และบางรายได้แจ้งความตำรวจท้องที่ไว้แล้ว