วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดันแก้พรบ.ต่างด้าว-พัฒนาแรงงาน

(รายงาน) ดันแก้พรบ.ต่างด้าว-พัฒนาแรงงาน รับ5พื้นที่นำร่องเขตศก.พิเศษชายแดน

หลังจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานได้มีมติเห็นชอบจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะแรก ใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ 1.อ.แม่สอด จ.ตาก 2.อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 3.ตราด 4.มุกดาหาร 5.อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อเป็นพื้นที่นำร่อง รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปีหน้า

โดยในที่ประชุมคณะกรรมกามนโยบายฯ ได้เน้นการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มการจ้างงานและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ประชาชน แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน และปัญหาความแออัดบริเวณด่านชายแดน

อีกทั้ง เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุน 2.การให้บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ 3.มาตรการสนับสนุนการใช้แรงงานต่างด้าว และ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ในพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและเชื่อมโยงในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังได้กำหนดแผนการดำเนินงาน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การตั้งคณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนั้นได้เสนอแนวทางจัดระบบการจ้างแรงงานต่างด้าว การพัฒนาฝีมือแรงงาน และแผนการจัดตั้งศูนย์แรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน

นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) บอกว่า สำหรับการพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น กพร.มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจหลักที่จะฝึก และพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล

"เราสามารถบริหารจัดการให้การฝึกอบรมเป็นไปตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ และของผู้ฝึก เช่น อบรมในวันหยุด หรือในช่วงหลังเลิกงาน เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด"

อธิบดี กพร. ยังบอกด้วยว่า หากนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมประเภทไหน กพร.ก็สามารถตอบรับ และดำเนินการได้ทันที เพราะได้เตรียมพร้อมรองรับไว้หมดแล้ว เช่น ในพื้นที่ของด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา มีการลงทุนด้านโลจิสติกส์ การค้า ธุรกิจบริการ กพร.ก็จะจัดหาหลักสูตร และจัดฝึกอบรมรองรับความต้องการของพื้นที่ได้

"คาดว่าในปี 2558 จะสามารถดำเนินฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับ 5 จังหวัดที่ได้ประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และอีก 7 จังหวัดในปี 2559 ซึ่งภารกิจนี้จะเป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่จะต้องร่วมมือกันพัฒนา"

ด้าน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง บอกว่า อนุกรรมการฯ ได้ประชุมแล้วมีมติเห็นชอบให้กรมการจัดหางานยกร่างแก้ไขกฎหมายมาตรา 14 แห่ง พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการทำงาน และจ้างงานแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ชายแดน โดยเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้และอนุญาตให้ผ่านแดนด้วยบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Boarder Pass)

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการดำเนินการของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคงในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 5 จังหวัดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบาย คสช. และได้พิจารณาแนวทางการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวชายแดนและแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้มีการปรับปรุงกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อความยืดหยุ่นให้แรงงานเหล่านี้สามารถเข้ารับฝึกอบรมได้ตามความต้องการและข้อแตกต่างของแต่ละพื้นที่

อนึ่ง การขับเคลื่อนการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้จะดำเนินการไปพร้อมๆ กับคณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน และคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

จากนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะทำการประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 5 พื้นที่ดังกล่าวอีกครั้งในเดือน ต.ค.- ธ.ค.นี้เพื่อใช้ประกอบในการพัฒนาและจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในระยะต่อไป