(รายงาน) ลุ้นระทึกปรับค่าโดยสาร-ขนส่ง คมนาคมนัดถกต้นทุน27ก.ย.
กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณากรณีผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะเรียกร้องขอปรับราคาค่าบริการ เนื่องจากรัฐบาลเริ่มทยอยปรับราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตามราคาตลาด
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมต้องพิจารณาการปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างรอบคอบ โดยจะศึกษาปัจจัยที่กระทบต่อต้นทุนค่าโดยสารอย่างรอบด้าน ทั้งค่าครองชีพ ราคาสาธารณูปโภค ได้แก่ น้ำประปาและไฟฟ้า โครงสร้างการใช้พลังงานที่เปลี่ยนไป รวมถึงรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2-2.5% จากปัจจุบันเงินเฟ้อรอบ 8 เดือนอยู่ในระดับ 2.21%
ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ กระทรวงคมนาคมจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระบบขนส่งทางบก จึงน่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับผลศึกษาและโครงสร้างการปรับราคาค่าขนส่ง โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องโครงสร้างการใช้พลังงานซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากมีการใช้เชื้อเพลิงประเภทใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (ซีเอ็นจี หรือเอ็นจีวี) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ส่งผลให้การศึกษาโครงสร้างการใช้เชื้อเพลิงที่เคยทำไว้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ขณะเดียวกันจะเชิญผู้ประกอบการรถแท็กซี่มาร่วมประชุมด้วย
"แท็กซี่ไม่ได้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่การจะปรับขึ้นราคาก็ต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อเสนอของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 10% โดยไม่รวมผลกระทบจากการขึ้นค่าพลังงาน จะกระทบต่อผู้บริโภคเท่าไรและควรปรับแบบใด เช่น ปรับขึ้นโดยอิงต้นทุนตอนรถติด หรือปรับเพิ่มตามระยะทาง และการปรับราคาค่าโดยสารจะต้องดูช่วงเวลา โดยอาจไม่ให้ปรับขึ้นพร้อมกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเป้าหมายเงินเฟ้อในปีนี้ให้เกินกรอบที่ตั้งไว้" นายอาคม ระบุ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า จะมีการหารือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ถึงเรื่องการพิจารณาขยายเวลาการตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินออกไปจากวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยล่าสุดมีข้อเสนอขอปรับค่าโดยสารจาก บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล มาแล้ว ซึ่งในวันที่ 27 ก.ย.จะเชิญผู้แทนของทางบีเอ็มซีแอลมาหารือเช่นกัน เพื่อขอความร่วมมือให้เลื่อนการปรับค่าโดยสารออกไปก่อน
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ยังไม่ได้หารือเพื่อขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีก 2 บาท ตามที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ แต่เบื้องต้นเห็นว่าทางบริษัทไม่ได้ปรับขึ้นราคามานานแล้ว ในขณะที่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะพิจารณาให้ปรับขึ้นราคาได้ แต่คงจะให้ได้อีก 1 บาทเท่านั้น
หากในอนาคตราคาน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ก็จะต้องพิจารณาเพื่อปรับลดค่าโดยสารลงด้วย ส่วนเรือคลองแสนแสบและคลองอื่นๆ เป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นผู้พิจารณา
นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง นายกสมาคมการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีจะปรับขึ้นเอ็นจีวีจาก 10.50 บาทต่อกิโลกรัม จากการหารือร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทางสมาคมฯเห็นด้วยกับการให้ ปตท. ปรับขึ้นราคา เนื่องจากที่ผ่านมา ปตท.ต้องแบกรับภาระขาดทุนจากการขายก๊าซเอ็นจีวีในราคาต่ำกว่าต้นทุน เพราะภาครัฐไม่ได้ปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีมานานถึง 2 ปี จนส่งผลให้ ปตท.ไม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ
แต่หากจะมีการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี ทางสมาคมฯ ก็ขอให้ ปตท.แก้ไขปัญหาสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีไม่เพียงพอ ด้วยการวางท่อส่งก๊าซและเพิ่มสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีตามแนวท่อ (สถานีแม่) ให้มากขึ้น เนื่องจากสถานีบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอจนส่งผลให้รถบรรทุกต้องรอคิวเติมก๊าซเป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบต่อการทำรอบขนส่งสินค้า
นายอภิชาติ กล่าวด้วยว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรนั้น หากกระทบกับต้นทุนการขนส่ง ก็สามารถปรับขึ้นค่าขนส่งได้ แต่จะปรับขึ้นเท่าไรคงขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะกระทบต่อผู้บริโภค เพราะราคาสินค้าและบริการจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันทางสมาคมฯ มีรถบรรทุกประมาณ 1 แสนคัน แบ่งเป็นรถที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีประมาณ 25% และใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 80% โดยสมาคมฯ เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่มีสมาคมต่างๆ เป็นสมาชิก 12 สมาคม มีรถบรรทุกให้บริการรวมหลายแสนคัน จากจำนวนรถบรรทุกที่ให้บริการทั่วประเทศเกือบล้านคัน
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ควรจะพิจารณาช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งหากมีการปรับขึ้นราคาในเดือน ต.ค.นี้ ทางสมาพันธ์ฯก็มีแผนจะปรับขึ้นค่าขนส่งในเดือน พ.ย.อีก 5% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่พืชไร่ออกผลผลิต จึงมีความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้ยื่นหนังสือหรือร้องเรียนในเรื่องการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซเอ็นจีวีต่อรัฐบาลหรือหน่วยงานใด เพราะยังไม่ความชัดเจนว่าจะปรับขึ้นในราคาเท่าไร อย่างไร คงต้องรอดูความชัดเจนจากรัฐบาลก่อน






