โผล่เพิ่มอีก 2 ลำเรือญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังน้ำน่านแห้งสุดเป็นประวัติการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานนายธาตรี บุญมาก นายอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบหลังได้รับรายงานจากนายเกรียงไกร กิจประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน ว่ามีการนำเรือขนาดใหญ่ขึ้นมาจากกลางแม่น้ำน่าน ใต้สะพานสริงข้ามน้ำน่าน เขตเทศบาลตำบลบ้านแก่ง จำนวน 2 ลำ โดยได้นำเก็บไว้ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแกง และโรงเรียนหมู่สี่พัฒนา หมู่ 4 ต.บ้านแก่ง เพื่อเตรียมจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์
นายธาตรี กล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้วันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ดักข่ายหาปลาที่แม่น้ำน่าน พบเรือจากหลักฐานและประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เชื่อว่าเป็นเรือญี่ปุ่นที่นำมาใช้สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำเก็บรักษาไว้ที่วัดวังหิน ต.วังแดง อ.ตรอน ล่าสุดระดับแม่น้ำน่านที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เขื่อนสิริกิติ์ลดการพร่อง น้ำจนเกิดเนินดินและทรายกลางแม่น้ำน่าน ทำให้ชาวบ้านพบซากเรือ ในลักษณะเดียวกันเพิ่มอีก 2 ลำ ใต้สะพานสริง เขตเทศบาลตำบลบ้านแก่ง ห่างจากที่พบเรือลำแรกประมาณ 5 กิโลเมตร ล่องมาทางทิศใต้ รวมเจอเรือแล้ว 3 ลำ ซึ่งเรือที่นำมาเก็บไว้ที่หน้าเทศบาลตำบลบ้านแกง นั้นสมบูรณ์ที่สุดและมีหลักฐานยืนยันนอกเหนือจากลำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ตรงกับประวัติศาสตร์ว่า อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นค่ายพักเสบียง เครื่องจักร อาวุธ และกำลังพลโดยลำเลียงสิ่งของต่างๆ ด้วยเรือ
ที่สำคัญบริเวณท้ายเรือมีแผ่นเหล็กสลักอักษรเป็นภาษาอังกฤษ ระบุชัดเจน เป็นเรือที่ผลิต ค.ศ. 1994 หรือ พ.ศ.2487 อยู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงที่อุตรดิตถ์ถูกบอมบ์ครั้งแรก และมีตัวเลขระบุลำดับการผลิตของเรือแต่ละลำ เช่น 124 และ 296 ทั้งนี้เรือมีความยาว 9 เมตร กว้าง 2.10เมตร สูง 1.10 เมตร น้ำหนักประมาณ 793 กิโลกรัม สร้างจากอลูมิเนียมผสมเหล็กชั้นดี แม้จะจมน้ำเวลานานแต่สภาพยังดีและไม่เป็นสนิท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้เรือที่พบกลางแม่น้ำน่านในระยะเวลาเดียวกัน ทั้ง 3 ลำ แต่ละท้องถิ่นจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่แห่มาดูจำนวนมาก ต่างนำดอกไม้ธูปเทียนกราบไหว้ เพราะเชื่อในโชคลาภ เป็นประเด็นสำคัญ






