วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประสาน'เอฟบีไอ'ตรวจอสุจิ แยกเอเชีย-ยุโรปฆ่า2อังกฤษ

"ตำรวจ"เตรียมประสานเอฟบีไอของสหรัฐ ตรวจอสุจิแยกเชื้อชาติเอเชีย-ยุโรป โยงมือฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ

"สมยศ"เผยพบก้นบุหรี่อีกจุดในเกาะเต่ามีดีเอ็นเอผู้ตายปะปน พุ่งเป้าหาชายในวงจรปิด-กลุ่มเล่นกีตาร์ชายหาด ลุยค้นเรือประมง-ท่องเที่ยว ชาวบ้านลงขัน 5 หมื่นรางวัลแจ้งเบาะแส นายกฯ รับกระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

กรณีเหตุฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม น.ส.ฮันนาห์ วิคตอเรีย 2 นักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวอังกฤษ เสียชีวิตบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาผลตรวจดีเอ็นเอที่เก็บตัวอย่างมาจากผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิง ไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัย ทั้งแรงงานต่างด้าวที่ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เริ่มต้นคดี และนายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ หนุ่มอังกฤษซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตาย ทำให้ตำรวจต้องตั้งต้นสืบสวนคดีนี้ใหม่นั้น

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ว่าที่ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ได้ส่ง พล.ต.อ.จรัมพร ระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ลงไปตรวจพื้นที่ที่เกาะเต่า เก็บพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อตรวจสอบต่อ แต่ก็ถือว่ายังไม่หมดหวังในการสอบสวน โดยจะมีการใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้าช่วยในการตรวจสอบ

นอกจากนี้ล่าสุดตำรวจยังตรวจพบก้นบุหรี่อีกจุดหนึ่งในบริเวณเกาะเต่า ที่มีดีเอ็นเอของผู้ตายปะปนอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ลงมือก่อเหตุอาจจะพบกับผู้ตายในจุดดังกล่าว และมีการสูบบุหรี่พูดคุยกันก่อนลงมือฆ่าผู้ตายในจุดที่พบศพ

ว่าที่ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนการตรวจดีเอ็นเอและคราบอสุจิที่พบในที่เกิดเหตุนั้น เบื้องต้นจะประสานงานยังไปหน่วยงานของเอฟบีไอ สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ตรวจสอบในเชิงลึกและแยกแยะว่าคราบอสุจิที่พบเป็นของคนในแถบเอเชียหรือยุโรป โดยเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยังทำได้แค่แยกเพศชาย-หญิง แต่ไม่สามารถตรวจได้ว่าเป็นคนเชื้อชาติใด ฝั่งเอเชียหรือยุโรป ทำให้ต้องประสานไปยังเอฟบีไอ เพื่อขอความร่วมมืออีกทาง และวันที่ 20 ก.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่เกาะเต่า เพื่อไปตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจสำนวนคดีล่าสุดอีกครั้ง เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่นายกฯ มีความเป็นห่วงในการทำคดีนี้มาก

"จรัมพร"จำลองเหตุการณ์ฆ่า2อังกฤษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จรัมพร พร้อมทีมงาน ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมจำลองเหตุการณ์เพื่อคำนวณระยะเวลาจากริมชายหาดที่คาดว่าคนร้ายจะนำจอบมาใช้เป็นอาวุธทำร้าย 2 นักท่องเที่ยวจนเสียชีวิต โดยได้พยานใกล้ที่เกิดเหตุ พบชายต้องสงสัย 3 คนนั่งเล่นกีตาร์อยู่บริเวณลานปูนริมชายหาดก่อนจะย้ายลงไปเล่นที่หาดทรายในคืนเกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ที่ตกอยู่บริเวณริมชายหาดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร และพบว่าตรงกับดีเอ็นเออสุจิที่พบจากร่าง น.ส.ฮันนา ผู้ตาย ที่พบว่ามีอสุจิอย่างน้อย 2 คน โดยคาดว่าชายต้องสงสัยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจำลองเหตุการณ์ฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ก็เพื่อตั้งข้อสันนิษฐานและเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมโยงไปยังตัวคนร้ายให้ได้ โดยได้ความคืบหน้าทางด้านพยานหลักฐานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่มั่นใจว่าคนร้ายจะตามผู้ตายมาจากงานปาร์ตี้ชายหาดหรือไม่ หรือจะมาพบโดยบังเอิญแล้วก่อเหตุขึ้น

ส่วนการติดตามชายไม่สวมเสื้อที่วิ่งไปมาที่มีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิดช่วงใกล้เวลาเกิดเหตุ ที่เป็นกุญแจสำคัญจนถึงตอนนี้ยังไม่พบตัว ทำให้ทีมสืบสวนสอบสวนเชื่อมั่นว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นคนเอเชีย โดยทิ้งน้ำหนักไปที่แรงงานต่างด้าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กระจายกำลังควานหาเบาะแสจากเรือประมง เรือท่องเที่ยว ที่มีอยู่ในเกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย รวมทั้งเกาะใกล้เคียงทั้งหมด โดยทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

แหล่งข่าวจากชุดสอบสวน ระบุว่า ไม่มั่นใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุออกจากเกาะเต่าไปแล้วหรือไม่ เพราะระยะเกิดเหตุกับช่วงเวลาที่ตำรวจรับแจ้ง เป็นช่องว่างห่างกันหลายชั่วโมงที่อาจทำให้คนร้ายหลบหนีออกจากเกาะไปได้ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคในการสอบสวนเรื่องการเก็บพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ การดูแลสถานที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะการเก็บลายนิ้วมือจากวัตถุพยาน ไม่ว่าจะเป็นจอบที่ใช้เป็นอาวุธสังหาร รอยคราบเลือด

ลุยค้นเรือประมงครวญหาคนร้าย

ด้านความคืบหน้าทีมสอบสวนในการคลี่คลายคดีเป็นวันที่ 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสังกัดที่เกี่ยวข้อง กำลังฝ่ายปกครอง ทหาร และผู้นำชุมชนกว่า 300 นาย ได้พยายามค้นหาหลักฐานและเบาะแสที่จะเชื่อมโยงไปยังผู้ก่อเหตุให้ได้ แม้ว่าจะค่อนข้างลำบากก็ตาม เพราะพยานหลักฐานบางส่วนขาดหายไปบ้าง

เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน เปิดเผยว่า การสอบสวนได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ในเกาะเต่าประมาณ 4,000 คน รวมทั้งการเก็บพยานหลักฐานของผู้ต้องสงสัยตามคำแนะนำของ พล.ต.อ.จรัมพร ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญ อีกทั้ง พล.ต.ท.ปัญญามาเม่น ผบช.ภาค 8 สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ปูพรมค้นหาภาพผู้ชายไม่สวมเสื้อที่วิ่งผ่านกล้องวงจรปิดและถูกบันทึกภาพได้ในวันเกิดเหตุอีกครั้ง

นอกจากนี้ได้มีการตรวจค้นเรือทุกชนิดทั้งเรือประมง เรือท่องเที่ยว ที่ออกจากเกาะเต่าในช่วงเช้าหลังคนร้ายก่อเหตุสังหารสองนักท่องเที่ยว หากมีเบาะแสว่าคนร้ายมีลักษณะใกล้เคียงกับแรงงานต่างด้าวชาวประมง เพื่อประสานกับตำรวจน้ำเรียกให้เรือประมงกลับมายังเกาะเต่า รวมทั้งค้นหากลุ่มชายฉกรรจ์ 2-3 คน ที่เล่นกีตาร์ริมชายหาดใกล้กับงานปาร์ตี้ เพื่อมาตรวจดีเอ็นเอ โดยคาดว่ากลุ่มชายดังกล่าวอาจเป็นแรงงานต่างด้าว

ชาวบ้านลงขัน5หมื่นแจ้งเบาะแสคนร้าย

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ชาวบ้านและผู้ประกอบการบนเกาะเต่า ตัดสินใจร่วมกันลงขันระดมเงินจำนวน 5 หมื่นบาท เป็นรางวัลนำจับกับผู้แจ้งเบาะแสของคนร้าย พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ระดมติดตามคนร้ายอย่างต่อเนื่อง และเอาใจช่วยให้จับกุมคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวชี้ยังไม่กระทบวงกว้าง

นางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ระบุว่า มีเฉพาะนักท่องเที่ยวอังกฤษ ที่ยกเลิกการเดินทางเข้าพักที่เกาะเต่า รวมถึงหมู่เกาะใกล้เคียง ทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงัน ส่วนนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ยังเดินทางเข้ามาตามฤดู ทั้งนี้หากตำรวจจับกุมคนร้าย ความเชื่อมั่นกลับคืนมาแน่นอน

นายกฯรับฆ่า2อังกฤษกระทบท่องเที่ยว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการ"คืนความสุขให้คนในชาติ" ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงกรณีเกิดเหตุการณ์น่าสลดกับนักท่องเที่ยวชาวชาวอังกฤษ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และได้รับอันตรายจนกระทั่งเสียชีวิตที่เกาะเต่าว่า เรื่องนี้ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และชื่อเสียงของประเทศชาติเป็นอย่างมาก ได้สั่งการให้เร่งติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

"ขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าผู้กระทำเป็นใคร แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีความคืบหน้ามาโดยตลอด ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ร่วมกับประชาชน อาสาสมัครต้องช่วยกันและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้มากกว่านี้ เพราะว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศและในท้องถิ่นด้วย"

"เสียใจ"ที่พูดเรื่องบิกินี่-ยันไม่ให้ร้ายใคร

ส่วนเรื่องที่ตนพูดถึงนักท่องเที่ยวที่แต่งกายล่อแหลม หรือใส่บิกินี่ ไม่ได้ไปโทษท่าน ไม่ได้ไปให้ร้ายท่าน ไม่ได้เจตนาอย่างอื่น เพียงแต่ต้องการจะเตือนเท่านั้นเองว่า บางเวลา บางสถานที่ อาจจะมีความจำเป็นเพราะว่ายังไม่ปลอดภัยมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาวิกาล

"ผมก็เสียใจที่คำพูดของผมอาจจะทำให้หลายคนไม่สบายใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้น ผมเสียใจเป็นที่สุดกับครอบครัวชาวต่างชาติที่เสียชีวิต ทุกคนที่เสียชีวิต ผมเสียใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ อะไรที่พูดแรงไป ต้องขอโทษด้วย ไม่ได้เจตนา ผมเป็นสุภาพบุรุษ ฉะนั้นเมื่อผมพูดผิด ทำอะไรผิด ต้องรับผิดชอบ ก็ขอโทษท่าน ต้องการให้เป็นแบบอย่างกับทุกๆ คนด้วย"