วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีไอเจเผย22แก๊งโจรข้ามชาติอาละวาดในไทย

ผลวิจัยอาชญากรรมข้ามชาติ พบ 22 แก๊งใหญ่อาละวาดในไทย แสบ สกิมมิ่งข้อมูลบัตรเครดิต-เอทีเอ็มใช้เวลาแค่ 30 วินาที

สถาบันเพื่อการยุติธรรมฯ เผยผลวิจัยอาชญากรรมข้ามชาติ พบ 22 แก๊งใหญ่อาละวาดในไทย "รัสเซีย-โรมาเนีย" แสบ สกิมมิ่งข้อมูลบัตรเครดิต-เอทีเอ็มใช้เวลาแค่ 30 วินาที ตระเวนรูดตามแหล่งท่องเที่ยว ชอปทองรูปพรรณขนกลับประเทศ ส่วนแก๊งอเมริกาใต้เน้นโจรกรรมทรัพย์สินตามบ้านจัดสรร เจาะตู้เชฟธนาคาร ขโมยอัญมณี เตรียมจัดสัมมนาใหญ่เตือนภัยรับเออีซี

นายนัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันทำงานให้กับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ ทีไอเจ ได้เปิดเผยงานวิจัยเกี่ยวกับแก๊งอาชญากรรมของคนต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดในประเทศไทย ซึ่งร่วมศึกษากับคณะทำงานของทีไอเจ

นายนัทธี กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงมีการผ่อนปรนความเข้มงวดเรื่องการผ่านแดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ จะได้สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นช่องทางให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติลักลอบแฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมในไทยอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาเทคนิค เปลี่ยนแปลงวิธีการในการประกอบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ

ขณะที่บุคลากรที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องเปลี่ยนหน้าที่และสับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานขาดการพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ

ทั้งนี้ จากสถิติในเรือนจำมีชาวต่างชาติถูกคุมขังทั้งสิ้น 266 คน จาก 101 ประเทศ เมื่อจำกัดเฉพาะแก๊งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ พบว่ามีชาวต่างชาติแก๊งใหญ่ๆ ที่มีการรวมตัวอย่างชัดเจน 22 แก๊ง อาทิ แก๊งรัสเซียที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการปลอมแปลงบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตด้วยการสกิมมิ่งบัตร (คัดลอกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากแถบแม่เหล็กบนบัตร) มีการซื้อข้อมูลลูกค้าธนาคารในต่างประเทศมากดเงินในประเทศไทย

แก๊งรัสเซียมีเทคโนโลยีทันสมัยในการสกิมมิ่งข้อมูลภายในบัตร ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ข้อมูลในบัตรของเหยื่อจะเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำบัตรปลอมไปตระเวนกดเงินในเวลากลางคืนเพื่อปกปิดอำพรางตัว หากถูกจับกุมคนร้ายสามารถทำลายข้อมูลเพื่อปกปิดหลักฐานได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการสกิมมิ่งบัตร งานวิจัยของทีไอเจยังพบว่า แก๊งโรมาเนียเป็นอีกกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและมีปฏิบัติการอย่างกว้างขวางในประเทศไทย มีการนำเข้าเครื่องปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศสเปน จัดส่งเป็นพัสดุไปรษณีย์เข้ามายังภาคใต้ของไทย จากนั้นจะทำบัตรปลอมเพื่อนำไปใช้รูดซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ร้านอัญมณี รวมถึงเบิกถอนเงินสด

นอกจากนี้ แก๊งชาวโรมาเนียยังนำเครื่องสกิมเมอร์ไปติดตามตู้เอทีเอ็มในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะย่านสุขุมวิท เมื่อได้เงินจะนำไปซื้อทองรูปพรรณหรือคอมพิวเตอร์เพื่อนำกลับประเทศ

"ขณะที่แก๊งชาวเยอรมันจะโจรกรรมข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยการปล่อยไวรัสโทรจันเข้าไปแฮ็คข้อมูล ทำให้ได้รหัสล็อกอินและพาสเวิร์ดของเจ้าของบัญชีขณะทำธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เมื่อได้เงินมาคนร้ายจะโอนเงินต่อไปยังบัญชีนอมินีในรัสเซีย"

"นอกจากนี้ยังพบแก๊งชาวฝรั่งเศสกับอังกฤษที่นำบัตรเครดิตที่จารกรรมข้อมูลมาจากลูกค้าในฝรั่งเศสและประเทศแถบสแกนดิเนเวียมากดเงินสดในตู้เอทีเอ็มตามจังหวัดท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะภูเก็ต ซึ่งคนร้าย 2 แก๊งนี้จะนำกล้องขนาดจิ๋วหรือเครื่องสกิมเมอร์มือถือ ซึ่งมีขนาดเล็กเท่าไฟแช็คไปดูดข้อมูลบัตรของลูกค้า โดยวิธีการเข้าไปตีสนิทและขอดูบัตรเครดิตจากเหยื่อ แล้วแอบบันทึกข้อมูลนำไปทำบัตรปลอม เพื่อนำบัตรปลอมไปใช้กดเงินในประเทศที่สามอีกที" นายนัทธี กล่าว

อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกอีกว่า แก๊งอาชญากรจากกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาใต้ที่เข้ามากระทำผิดในไทยมีแก๊งใหญ่ 4 แก๊ง ได้แก่ แก๊งโคลัมเบีย แก๊งแม็กซิกัน แก๊งกัวเตมาลา และแก๊งเปรู โดยแก๊งโคลัมเบียจะเข้ามาก่อเหตุโจรกรรมตามบ้านจัดสรร ด้วยการตระเวนขับรถติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมไปตามหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ติดสติ๊กเกอร์หมู่บ้านปลอม ก่อนจะเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน เจาะตู้เซฟ โดยระหว่างปฏิบัติการจะตัดสัญญาณโทรศัพท์ภายในบ้านด้วย

นอกจากนี้ ยังพบว่าแก๊งโคลัมเบียมีประวัติโจรกรรมตู้เซฟจากธนาคาร ขณะที่แก๊งแม็กซิกัน กัวเตมาลา และเปรูจะเข้ามาโจรกรรมรถยนต์ ทรัพย์สินในบ้านพัก โรงแรม และโจรกรรมเพชรตามงานแสดงอัญมณีต่างๆ

นายนัทธี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ ทีไอเจมีกำหนดจัดการเสวนาเรื่อง "โฉมหน้าใหม่ของอาชญากรรมที่มาพร้อมกับการเปิดเสรีเออีซี" เพื่อนำเสนอประเด็นเศรษฐกิจอาเซียนกับ 22 แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังก่อและขยายตัวอยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการปัญหา