หมอรัชตะ เข้าทำงานสธ.วันแรก ชูนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ-พัฒนาระบบหลักประกันฯเป็นหนึ่งเดียว
ยังกั๊กเดินหน้าเขตสุขภาพหรือไม่ ขอหารือก่อน ส่วนปัญหาควบ 2 ตำแหน่ง เตรียมชี้แจงประชาคมมหิดลเร็วๆนี้ เชื่อเกิดความชัดเจนใน 2-3 สัปดาห์ มั่นใจทำงาน 2 แห่งงานไม่สะดุด ทุ่มเทเต็มที่ เต็มความสามารถ
ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) และนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) เดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นวันแรกหลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งรมว.สธ.และรมช.สธ. โดยมีนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ.พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ
นอกจากนี้ศ.น.ปรีดา ทัศนประดิษฐ์ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ นพ.ณรงค์ อังคะสุวพลา นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล และนพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นทีมที่ปรึกษาและทีมสนับสนุนวิชาการเดินทางมาด้วย ก่อนที่จะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสธ.เพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้นเดินทางไปยังห้องทำงานบริเวณชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดสธ.ลงนามในหนังสือรับหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรี ตามด้วยการมอบนโยบายแก่ผู้บริการระดับสูงสธ.ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยไม่เปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง
ศ.นพ.รัชตะ แถลงภายหลังการมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงสธ.ว่า ได้มอบนโยบายการดำเนินงานด้านสาธารณสุขแก่ผู้บริหาร สธ. 10 ข้อ โดยมุ่งเน้นที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและเข้าถึงบริการที่มีประสิทธิภาพอย่างเสมอภาค โครงการต่างๆเห็นผลเป็นรูปธรรมซึ่งใน 1 ปีจะวางรากฐานเพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาวแบบยั่งยืน มุ่งเน้นเกิดการมีส่วนร่วมกว้างขวาง และพัฒนาบุคลากรสธ.ให้มีขวัญกำลังใจ ทำงานอย่างมีความสุข คาดว่าภายใน 1 เดือนจะสามรถวางแผนการทำงานระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวแล้วเสร็จ ง
ทั้งนี้ หลักการทำงานร่วมกันขอให้ยึดเพียง 3 ประการ คือ 1.ความเรียบง่าย ยึดเนื้อหางานเป็นหลัก งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงต้นอรับต่างๆ 2.สามัคคีในการร่วมกันทำงาน และ3.มีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายในสธ.ยังมีความเห็นต่างในหลายเรื่อง ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า ความเห็นต่างเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่การทำงานร่วมกันจะใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มาร่วมในการพิจารณา ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน ซึ่งนโยบายที่มอบใทั้ง 10 ข้อไม่สามารถดำเนินการได้เพียงกอง กรมหรือสธ.เท่านั้น แต่ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน จะใช้หลักธรรมภิบาล นิติธรรม คุณธรรม การมีส่วนร่วมมาใช้ในการดำเนินงาน
ดังนั้น ต้องมีการเรียกทุกฝ่ายมาหารือกันในแต่ละเรื่องก็จะผ่านความขัดแย้งไปได้ อย่างเรื่องค่าตอบแทนจะเน้นให้คนทำงานมีความสุข มีศักดิ์ศรี มีความภาคภูมิใจในทุกวิชาชีพ
ต่อข้อถาม เรื่องเขตสุขภาพที่สธ.ดำเนินการเป็นนโยบายหลักก่อนหน้านี้ ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า การพัฒนาให้ประชาชนคนไทยมีสุขภาพดี ในสาระสำคัญที่อยากเห็น คือ การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิให้เกิดขึ้น เช่น การเพิ่มแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวมาดูแลสุขภาพประชาชน ถ้าระบบบริการปฐมภูมิเข้มแข็งก็จะเชื่อมต่อกับระบบบริการที่สูงขึ้น ด้วยการสร้างกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยภายในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน จึงต้อสร้างระบบบริการภายในกลุ่มจังหวัดต่างๆให้มีความเข้มแข้งและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
"การจัดสรรทรัพยากร รวมถึง กลไกการบริหารจัดการภายในกลุ่มจังหวัดที่ใกล้เคียงกันจะหารือต่อไปว่าจะทำอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีหลากหลายแนวทาง ซึ่งก็ต้องเอาหลักฐานเชิงประจักษ์มายืนยัน เพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจ ซึ่งคงต้องขอเวลาในการพูดคุยหารือกับทุกๆ ฝ่ายก่อน สำหรับเรื่องค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงานหรือพีฟอร์พีจะต้องมีการหารือกันและกัน แต่ยืนยันว่าจะทำให้คนทำงานที่สธ.มีความสุข มีศักดิ์ศรีและภูมิใจ "ศ.นพ.รัชตะกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการควบ 2 ตำแหน่งทั้ง รมว.สธ.และอธิการบดีม.มหิดล ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาในการทำงาน จะทุ่มเททำงานที่สธ.และม.มหิดลอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ โดยมีนัดชี้แจงเรื่องนี้กับประชาคมม.มหิดลในเร็วๆนี้ และเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ภายใน 2-3 สัปดาห์ มั่นใจว่าการทำงานในทั้ง 2 องค์กรจะไม่เกิดการสะดุด ส่วนกรณีที่มีการมองว่าตนเป็นรัฐมนตรีเงาของทีมที่ปรึกษาและทีมสนับสนุนวิชาการนั้น คงต้องมีการพูดคุยกันให้เข้าใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนโยบาย 10 ข้อที่รมว.สธ.มอบให้กับผู้บริหารสธ. หลักประกอบด้วย 1.ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ 2.พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยสามารถเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยมีการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบที่ยั่งยืน
อาทิ พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้ทุกกองทุนมีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ในเรื่องสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงบริการ การสนับสนุนทางการเงิน และระบบข้อมูล 3.สร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรไทยตลอดช่วงชีวิต 4.สร้างเสริมความเข้มแข็งของกลไกนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ทำงานข้ามภาคส่วน 5.พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากรสุขภาพ 6.พัฒนาความมั่นคงของระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ 7.จัดการโรคติดต่อและภัยคุกคามด้านสุขภาพ 8.สนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพโลก Global health 9.สนับสนุนการวิจัยสุขภาพอย่างครบวงจรและ10.พัฒนาและส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรด้านสุขภาพของรัฐ









