ที่ดินจ.อุบลฯขอเวลา3วัน ในการสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหากออกโฉนดผิดจริง สามารถเพิกถอนได้ตามมาตราที่ 61
พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปข้องร้องเรียน ของชาวบ้าน ต.ท่าลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ว่า มีกลุ่มนายทุนมาบุกรุกที่ดินสาธารณะและออกโฉนด ตั้งแต่ปี 2551 โดยกองทัพได้มอบเรื่องให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะนี้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงได้เสร็จสิ้น และได้สรุปสำนวนเสนอให้คณะกรรมการระดับจังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณาเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ตอนนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลฝ่ายที่ร้องและฝ่ายที่ถูกร้อง กรรมการได้นำมาพิจารณาในประเด็นของผู้ร้องที่ระบุว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ร่วมกันมาตั้งแต่อดีต ส่วนฝ่ายผู้ถูกร้องระบุว่าโฉนดที่ดินได้มาโดยถูกต้อง ชอบด้วยกฏหมายที่ดินทุกประการ
ขณะนี้ขบวนการสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่มติยังไม่ถูกเปิดเผยเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี ขอเวลาในการตรวจสอบว่าเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์หรือไม่ โดยขอเวลา 3 วัน หากฟังได้ว่าเป็นการออกโฉนดผิดพลาด ไม่ถูกต้อง
ก็มีขบวนการเพิกถอนอยู่แล้ว
ด้าน พ.ต.ท.วรพนธ์ แก้วลี คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่ดิน บุ่งสระพั่ง เปิดเผยว่า ผลสอบผู้ขอออกโฉนดที่ดินบริเวณบุ่งสระพั่ง ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คุณสมบัติของการออกใบจอง ต้องไม่มีที่ดินทำกินหรือมีที่ทำกินน้อย แต่ปรากฏว่าผู้ที่มาขอใบจองนั้นในปี 2533 เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุบลราชธานี เป็นเจ้าของโรงแรมทองพูนอยู่ที่กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีทุนจดทะเบียน 8 ล้านบาท จึงขาดคุณสมบัติ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ที่ออกใบจองให้ โดยไม่มีการตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอ้างว่า ขบวนการถูกต้อง แต่ไม่คำนึงหลักเกณฑ์
ฉะนั้นแล้วการออกใบจองนี้จึงไม่ชอบ และต่อมาก็คือไม่กีปีก็มีถนนตัดผ่านที่ดินผืนดังกล่าว ได้เงินเวนคืนที่ดิน 2 ล้านบาท นอกจากนี้ได้เอาที่ดิน 2 แปลงไปเข้าสถาบันการเงินเป็นเงินจำนวน 13 ล้านบาท ส่วนอีก 1 แปลงกำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งกลุ่มคนในที่ดินแปลงนี้เป็นเครือญาติ กับอดีตนายกเทศมนตรีเมืองอุบลราชธานี โดยปี 2548 ได้ไปขอให้ที่ดินมาทำการออกโฉนดให้ โดยไม่มีหลักฐานเดิมมาก่อน
" ที่เราพบคือ บางคนที่มีชื่ออยู่หลายแปลง จะไม่เอาแปลงติดกัน เพราะหากเอาแปลงติดกันจะเกิน 50 ไร่ เป็นการเลี่ยงกฎหมาย เลี่ยงอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อว่าจะสามารถออกโฉนดที่ดินได้ง่ายๆ แต่ก็มีการร้องเรียน และผู้ที่ทำเรื่องนี้ไม่ยอมลงนามในโฉนดก็โดยย้ายคือ ผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจ ถูกย้ายเมื่อปี 25551 ต่อมา
นายวัชรินทร์ สันตินัย ผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจ มารับตำแหน่งแทน อยู่ได้เพียง
2 เดือน ไม่ยอมลงนามก็ถูกย้าย "
พ.ต.ท.วรพันธ์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปเรื่องของการดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นทางเพ่งหรือทางอาญา ต้องดูหลักฐานในการพิจารณาในระดับจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง หากผลสรุปออกมาไม่ชอบ ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องถูกสอบสวนถูกทำโทษคงหลายราย
ส่วนนายพิชัย แพเกาะ พนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าการออกเอกสารสิทธิในบริเวณนี้ กระบวนการออกโฉนดที่ดินถูกต้องแล้ว แต่เมื่อมีการร้องเรียนว่าการออกโฉนดบริเวณนั้น เป็นไปด้วยความไม่ชอบ ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากเกิดปัญหาก็สามารถพิจารณาเพิกถอนตามมาตราที่ 61 ซึ่งมีวิธีการอยู่แล้วตามระเบียบของกรมที่ดิน









