สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานถุงยังชีพแก่ราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม จ.พิจิตร
พสกนิกรซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขณะที่มวลน้ำจากแพร่ สุโขทัย ไหลผ่านพิษณุโลกเข้าพื้นที่พิจิตร แม้ยังไม่วิกฤติแต่ก็สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ด้านอยุธยา เร่งระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยารองรับน้ำเหนือ ผู้ว่าฯ กรุงเก่า สั่ง 6 อำเภอสำรวจพื้นที่ก่อนน้ำท่วมไว้เทียบกับหลังท่วม กันแจ้งเสียหายเกินจริง
วานนี้ (9 ก.ย.) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.โยธิน ประยูรโภคราช ประธานที่ปรึกษากองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 1,000 ชุด มอบให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม ในเขต ต.รังนก และต.เนินปอ อ.สามง่าม ที่ศาลาการเปรียญวัดกระทุ่มน้ำเดือด ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร
โดยนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวรายงานถึงสภาพพื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมพร้อมนำหัวหน้าส่วนข้าราชการร่วมมอบถุงยังชีพพระราชทาน
พร้อมกันนี้ หน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาสุขภาพประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมเข้ารับบริการจำนวนมาก
สำหรับการมอบถุงยังชีพพระราชทานในครั้งนี้นำมาซึ่งความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงไม่ทอดทิ้งพสกนิกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย
ทั้งนี้ พื้นที่ ต.รังนก น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งท่วมแช่ขังบ้านเรือนประชาชนกว่า 350 หลังคาเรือนใน 8 หมู่บ้าน ส่วนบ้านเรือนประชาชนใน ต.เนินปอถูกน้ำป่าจาก จ.กำแพงเพชร หลากเข้าท่วมจำนวน 85 หลังคาเรือนใน 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,000 คน
ความเดือดร้อนดังกล่าว ความทรงทราบถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมามอบให้ความช่วยเหลือ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
น้ำเหนือไหลท่วมที่ลุ่มพิจิตร
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ วานนี้ (9 ก.ย.) ที่ จ.สุโขทัย นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย เพื่อตรวจดูน้ำท่วมในพื้นที่ซึ่งยังทรงตัวอยู่ที่ 80 เซนติเมตร พร้อมมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือ
นายจักริน กล่าวว่า ขณะนี้สามารถช่วยผู้ประสบภัยได้เบื้องต้น โดยการประสานหน่วยงานต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ เรื่องเครื่องอุปโภค บริโภค ส่วนการซ่อมแซมริมตลิ่งแม่น้ำยมที่ชำรุด และสิ่งสาธารณประโยชน์ที่เสียหายนั้น จะเร่งดำเนินการให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอ คือ สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมวลน้ำจาก จ.แพร่ และสุโขทัย ไหลผ่าน จ.พิษณุโลก เข้าสู่พื้นที่ จ.พิจิตร
ระดับน้ำที่สูงขึ้นส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ได้แก่ ต.รังนก อ.สามง่าม ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง และต.บางลาย อ.บึงนาราง รวมทั้งเอ่อไหลท่วมทุ่งนาซึ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว รวมพื้นที่กว่า 5,000 ไร่
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจิตร สรุปสถานการณ์น้ำท่วมเบื้องต้น มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 10 ตำบล 51 หมู่บ้าน ถนนลูกรัง 16 เส้น นาข้าวเสียหาย 1,854 ไร่ พื้นที่ไร่เสียหาย 10 ไร่ บ่อปลา 1 แห่ง
แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดจึงสั่งเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
อยุธยาเริ่มทยอยระบายน้ำออก
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา วานนี้ (9 ก.ย.) กรมชลประทานจังหวัดอยุธยา พยายามระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาออกท้ายเขื่อนไม่ให้เกิน 1,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำน้อยที่สุด
ทั้งนี้ การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระสูงขึ้น 1.20 เมตร และน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนในที่ลุ่มของ อ.เสนา และบางบาลในบางพื้นที่
นอกจากนี้ยังพบว่าเครื่องมือหนักของผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ที่วัดบุญกันนาวาส ต.ไทรน้อย อ.บางบาล ถูกน้ำเอ่อท่วม อย่างเช่น เครื่องตอกปั้นจั่นและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งขนย้ายไม่ทัน ต้องปล่อยให้จมน้ำ
สำรวจพื้นที่ก่อนท่วมแก้ปัญหาแจ้งเท็จ
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งการให้นายอำเภอบางบาล เสนา ผักไห่ บางปะอิน บางไทร และอำเภอพระนครศรีอยุธยา รวม 6 อำเภอในพื้นที่ลุ่มต่ำและถูกน้ำท่วมซ้ำซาก ถ่ายทอดคำสั่งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล ให้ดำเนินการเก็บประวัติ สำรวจพื้นที่บ้านเรือน ทรัพย์สิน นาข้าว ก่อนน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม
ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานการช่วยเหลือเยียวยาตามความเป็นจริงและเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา แม้จะมีบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่พบว่าการช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชยเยียวยาความเสียหายเกิดการร้องเรียน ทั้งเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรม และการแจ้งความเสียหายเกินความจริงจนสร้างความเสียหายแก่รัฐ
กำชับผู้นำชุมชนช่วยชาวบ้านเต็มที่
นายวิทยา กล่าวภายหลังการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ว่าจากปริมาณน้ำผ่านภาคเหนือจำนวนมาก และเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีแนวโน้มจะเพิ่มการระบายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ ทำให้ในพื้นที่ อ.เสนามีน้ำท่วมใต้ถุนบ้าน 450 หลังคาเรือน
ส่วนน้ำท่วมพื้นบ้านที่ อ.ผักไห่ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร มี 375 หลังคาเรือน ส่วนอีก 4 อำเภอ คือ บางปะอิน บางไทร บางบาล และพระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ จึงได้กำชับให้ผู้นำชุมชนคอยให้ความช่วยเหลือ ทั้งเรื่องการสร้างสะพานชั่วคราว จัดหาเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ
สำหรับพื้นที่การเกษตร ได้กำชับให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนนี้ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด แม้ว่าขณะนี้มีน้ำล้นตลิ่งเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งยังไม่ล้นคันกันน้ำหรือถนนที่ยกระดับไว้ด้านตะวันออกทั้งหมด แต่เนื่องจากมวลน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำลพบุรี ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้มากนัก เมื่อต้องระบายผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ กรรมการบริหารและประธานฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ พร้อมคณะเดินทางเยี่ยมครอบครัวเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์อุทกภัย และได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา จำนวน 7 คน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย
ปทุมฯสั่งเฝ้าระวัง24ชม.
ที่ จ.ปทุมธานี นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวภายหลังออกสำรวจแนวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและประตูระบายน้ำในเขต อ.สามโคก ว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นจากเดิม 20 เซนติเมตร ถือว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤติ
ทั้งนี้ หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา ที่ จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำออกมาในอัตรา 990 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ใน จ.ปทุมธานี ยังสามารถรับน้ำเหนือได้อีกมาก
หากว่าเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำออกมาในอัตรา 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ทาง จ.ปทุมธานี จะแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงโดยเร็วที่สุด โดยช่วงนี้จะแจ้งประชาสัมพันธ์เหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
อย่างไรก็ตาม จ.ปทุมธานี ได้มีการจัดตั้งศูนย์เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดปทุมธานีขึ้นโดยมีการจัดศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ชาวบ้านอ่างทองผวาบ้านริมตลิ่งพัง
ขณะที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำลงมาเพื่อรองรับมวลน้ำเหนือที่จะไหลมาสมทบ
โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 15.95 เมตร ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 11.65 เมตร และระดับน้ำจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดระดับน้ำที่สถานีโทรมาตร C7A ของสำนักชลประทานที่ 12 บริเวณหน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง ระดับน้ำอยู่ที่ 5.07 เมตร เมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง น้ำไหลผ่าน 1,058 ลบ.ม.ต่อวินาที
โดยทางจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มแล้ว นอกจากนี้พบการกัดเซาะตลิ่งพัง สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน ในบางพื้นที่ของ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยถูกกัดเซาะริมแม่น้ำมาแล้ว









