วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประปาฯโต้ปลาตายไม่ใช่สาเหตุโรคท้องร่วง

ประปาสัตหีบ โต้ปลาตายไม่ใช่สาเหตุโรคท้องร่วง รับน้ำกลิ่นเน่าเหม็น เกิดปัญหาขึ้นจริง อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข

จากกรณี ชาวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประสบกับโรคระบาดท้องร่วง วิงเวียนศีรษะ และอาเจียน อย่างไม่ทราบสาเหตุที่มาของโรค จนทำให้มี ครู นักเรียน และประชาชน ทั่วพื้นที่จำนวน 610 ราย ล้มป่วยเข้ารักษายังโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจการค้าน้ำแข็งของ กิจการโรงน้ำแข็งเคโอสัตหีบ และร้านใบปอฝักสด

โดยมี นางอังคณา แสงเพชร อายุ 47 ปี เจ้าของธุรกิจ ถูกสื่อสังคมออนไลน์โจมตีว่า เป็นที่มาของการแพร่ระบาดโรค ทำให้ต้องขาดทุนย่อยยับ สร้างความเสียหายอย่างมาก ประกอบกับในเวลาเดียวกัน ก็มีการตรวจสอบพบว่า การประปาสัตหีบ เกิดวิกฤตมีปลาน้ำจืดจำนวนมาก ตายอย่างไม่ทราบสาเหตุภายในบ่อน้ำดิบ และถูกนำไปทิ้งทำลายหลักฐาน ยังกองขยะ อบต.แสมสาร เบื้องต้น สาธารณสุข ได้เก็บตัวอย่างน้ำดิบ และสัตว์น้ำที่ตาย ไปทำการตรวจสอบหาที่มาของโรค อยู่ในระหว่างรอผลการตรวจที่ชัดเจน

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 8 ก.ย.57 นายไพศาล ยี่หวา ผู้จัดการฝ่ายบริการ 2 การประปาสัตหีบ พร้อมด้วย นายอเนก เวชพันธุ์ ผู้จัดการ นายพิพัฒน์ ภมรนาค หัวหน้างานผลิต และนายวันชัย ขำเนตร หัวหน้างานบริการ ได้แถลงข่าวชี้แจ้งถึงข้อเท็จจริง กับเหตุการณ์ที่มีปลาน้ำจืดภายในบ่อน้ำดิบตายเป็นจำนวนมากจริง ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากปลาน็อกน้ำ คือ ในน้ำมีออกซิเจนไม่เพียงพอ ได้มีการช้อนปลากออกจากบ่อ และนำไปทิ้งยังกองขยะจริง แต่ก็คิดว่า ไม่น่าจะมาจากสาเหตุดังกล่าว

เนื่องจากทางการประปาสัตหีบ มีกระบวนการกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน ก่อนมีการปล่อยน้ำสู่บ้านเรือนประชาชน ได้มีการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน มีการตรวจวัดตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด มีการตรวจสอบโดยนักวิทยาศาสตร์ และมีการตรวจวัดมาตรฐานโดยสาธารณสุขทุกรอบเดือน จึงไม่น่าจะมาจากสาเหตุนี้อย่างแน่นอน

นายไพศาลกล่าวอีกว่า ส่วนจะมาจากสาเหตุท่อน้ำแตกหรือไม่นั้น ก็มีทางที่เป็นไปได้ เพราะระหว่างการซ่อมแซม อาจมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปะปนไปกับน้ำไหลสู่บ้านเรือนประชาชนได้เช่นกัน เบื้องต้น จากการสำรวจพบว่า ในระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค.57ที่ผ่านมา มีท่อน้ำแตกเกือบ 20 แห่ง ในหลายพื้นที่

อย่างไรก็ตาม เพื่อความกระจ่างชัดเจนถึงข้อเท็จจริง ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ของน้ำ และสัตว์น้ำที่ตาย โดยละเอียดจากกองสาธารณสุขอีกครั้ง และจะมีการแถลงผลให้ทราบภายหลัง ส่วนผลกระทบของประชาชนในเรื่อง น้ำมีสีขาวขุ่น กลิ่นเน่าเหม็น และกลิ่นคลอรีนรุนแรง ยอมรับว่า เกิดปัญหาขึ้นจริง และอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไข ล่าสุด จากการสำรวจบ่อน้ำดิบพบว่า ยังมีร่องรอยของปลาตายลอยให้เห็น ซึ่งเบื้องต้นจากการสังเกตด้วยสายตาคาดว่า ปลาตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน