ฝนกระหน่ำกาฬสินธุ์ตลิ่งลำชีหลังวัดถล่ม พระโวยพังนานนับเดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมินให้ความช่วยเหลือ
จากกรณีตลิ่งกั้นลำน้ำชีเกิดการทรุดตัวพังถล่มเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร ลึก 15 เมตร และกินพื้นที่เข้าไปในเขตวัดบริเวณหลังวัดโพธิ์ศรีท่าแห่ บ้านท่าแห่ หมู่ที่ 1 ตำบลฆ้องชัยพัฒนา อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์หลังจากเกิดฝนตกหนักนานติดต่อกันหลายวันมาตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันยังไร้วี่แววหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าและองค์การบริหารส่วนตำบลฆ้องชัยพัฒนา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2557 พล.ต.นิตินัย ภีมะโยธิน ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 สั่งการให้ พ.ท.นิสิต สมานมิตร ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 14 นำกำลังทหารเข้าไปตรวจสอบตลิ่งกั้นลำน้ำชีหลังวัดโพธิ์ศรีท่าแห่ บ้านท่าแห่ หมู่ที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่ตลิ่งเกิดการทรุดตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
กระทั่งปัจจุบันตลิ่งเกิดการทรุดตัวและพังถล่มเพิ่มขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น จากเดิมมีการทรุดตัวพังถล่มยาวเพียง 100 เมตร ลึก 15 เมตร และกินพื้นที่เข้าไปในเขตวัดกว่า 25 เมตร แต่ปัจจุบันพังถล่มเพิ่มเป็นทางยาวกว่า 200 เมตร ลึกถึง 30 เมตร และกินพื้นที่เข้าไปในวัดแล้ว 30 เมตร จนเกือบถึงกุฏิพระสงฆ์ 2 หลังและศาลาปฏิบัติธรรมของวัด ส่งผลให้พระสงฆ์และชาวบ้านผวาไม่กล้าเข้าพักอาศัยและใช้ในการปฏิบัติธรรม เนื่องจากเกรงว่ากฏิและศาลาจะพังถล่มลงไปตามตลิ่ง หลังได้จับแจ้งจากพระและชาวบ้านว่าปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปแก้ไข
พระสมมัคร ฐานวีโร พระวัดโพธิ์ศรีท่าแห่ กล่าวว่า ตลิ่งจุดนี้พังถล่มมาตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา และเกิดการทรุดตัวพังถล่มลงไปเรื่อยๆขยายวงกว้างมากขึ้นจนใกล้ถึงกุฏิและศาลาของวัดแล้ว แต่ปัจจุบันเวลาผ่านไปนานนับเดือนยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาซ่อมแซมให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง มีเพียงกำลังทหารที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ทำให้พระไม่กล้าอาศัยในกุฏิและชาวบ้านไม่กล้าใช้ศาลาในการปฏิบัติธรรม เพราะเกรงว่าจะเกิดการทรุดตัวลงไปตามตลิ่ง ดังนั้นจึงอย่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วย
ด้านพ.ท.นิสิต สมานมิตร ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 14 กล่าวว่า เบื้องต้นได้เข้ามาตรวจสอบเนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของพระและชาวบ้าน พร้อมเร่งดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการซ่อมแซม ซึ่งกำลังทหารทุกนายพร้อมที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาทุกข์ความเดือนร้อนและคืนความสุขให้กับประชาชนตามนโยบายของกองทัพบกและคสช.






