วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงเพิ่มโทษทิ้งขยะอุตฯเล็งตรวจสอบโรงงาน17จว.

กรมโรงงานฯ เล็งชง3เรื่อง เสนอรมต.อุตฯคนใหม่ แก้กม.เพิ่มโทษทิ้งขยะอุตสาหกรรม

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า เรื่องเร่งด่วนที่กรอ.จะนำเสนอต่อรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อให้เร่งดำเนินการ มีประเด็นหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ การดำเนินการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม (ร.ง.4) การจัดการกากอุตสาหกรรม และการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ซึ่งทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คิดว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะสนใจ และเป็นประเด็นที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการให้ดำเนินการโดยเร็ว

โดยในเรื่องการจัดการกากอุตสาหกรรม ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการทำโครงการนำร่อง เพื่อดึงโรงงานที่ผลิตกากอุตสาหกรรมอันตรายเข้าสู่ระบบมากที่สุด โดยมีแผนเข้าตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม 20 ประเภทที่มีกากอุตสาหกรรมอันตราย ใน 17 จังหวัด จำนวน 2,829 โรงงาน

ปัจจุบันตรวจสอบไปแล้ว 977 โรงงาน มีจำนวนกากอุตสาหกรรมที่ขออนุญาตนำออกนอกโรงงานทั้งสิ้น 1 ล้านตัน และขนออกจริง 2.34 แสนตัน ที่เหลืออีก 1,800 โรงงาน กรมฯจะเร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 เดือน โดยคาดว่าเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะทำให้มีจำนวนกากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น 20-30%

ส่วนประเภทโรงงานอุตสาหกรรม 20 ประเภท เป้าหมาย ได้แก่ โรงงานหมัก ชำแหละ อบ ป่น โรงงานทำเคมีภัณฑ์ สารเคมี วัสดุเคมี โรงงานทำปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช โรงงานทำสีทา พ่น เคลือบ เป็นต้น โดยใน 17 จังหวัดเป้าหมาย เป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่น เช่น สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ระยอง ชลบุรี เป็นต้น

“กรมฯอยู่ระหว่างการปรับแก้กฎหมายเพิ่มโทษผู้กระทำผิดในเรื่องการลักลอบนำกากอุตสาหกรรมไปทิ้งโดยผิดกฎหมาย จะปรับเพิ่มโทษค่าปรับให้สูงขึ้น และมีโทษจำคุก รวมทั้งอาจมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหากยังไม่ปรับปรุงแก้ไข จากโทษเดิมที่มีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายใหม่คาดว่าจะเปิดรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียภายในต้นปี 2558 และดำเนินการตามขั้นตอนของการปรับแก้กฎหมายต่อไป” นายพสุ กล่าว

สำหรับผู้รับบำบัดกากอุตสาหกรรมปัจจุบันมีจำนวน 400 แห่ง ซึ่งกรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบการดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยได้มีการสั่งปรับปรุงตามมาตรา 37 ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30-40 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานประเภท 106 หรือโรงงานรีไซเคิล จากโรงงาน 200 แห่งที่ได้เข้าไปตรวจสอบ ส่วนที่เหลืออีก 200 แห่ง จะเข้าตรวจสอบให้เสร็จภายในสิ้นเดือนก.ย. นี้

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาขยะอุตสาหกรรมยังติดขัดในเรื่องของกฎหมายที่ขัดแย้งกัน โดยกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงานจะต้องส่งต่อขยะอุตสาหกรรมไปให้โรงงานที่รับกำจัดกากอุตสาหกรรมเท่านั้น การนำขยะไปทิ้งในบ่อขยะทั่วไป หรือที่อื่นๆ เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าบ่อฝังกลบขยะชุมชนจะรับกำจัดขยะทั่วไป ขยะชุมชน รวมทั้งขยะติดเชื้อและขยะอุตสาหกรรม

ดังนั้นจึงมีบางโรงงานอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ลักลอบทิ้งขยะในบ่อขยะชุมชน รวมทั้งมาตรฐานบ่อฝังกลบตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขก็ต่างจากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรอ.ได้กำหนดอย่างเข้มงวดต้องมีการรองพื้นบ่อขยะ และมีมาตรฐานการจัดการที่เป็นสากล แต่ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นบ่อที่ขุดขึ้นมาเพื่อฝังกลบเพียงอย่างเดียว ดังนั้น กรอ. จึงได้ส่งเรื่องไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขในเรื่องนี้

ด้านการออกใบ ร.ง.4 ให้กับโรงไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ซึ่ง กรอ.ได้ประสานงานร่วมกับเรกูเลเตอร์จัดตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างข้อตกลงการทำงานร่วมกัน (เอ็มโอยู) เพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการ โดยภายในเดือนก.ย.นี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และคาดว่าจะทำให้เกิดการออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านบาท

สำหรับแนวทางการบริหารงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะมุ่งเน้นงาน 6 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1. การพิจารณาอนุญาต 2. การจัดการวัตถุอันตราย 3. การบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม 4. การพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ 5. การบริหารความปลอดภัย 6. การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนตั้งโรงงานของประเทศต่างๆ ในอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่จะขยายการลงทุนไปต่างประเทศ