ตำรวจ รวบหนุ่มแสบ อ้างเป็นผอ.โรงเรียนดัง หลอกซื้อยางรถยนต์
พ.ต.ท.รักศักดิ์ เมฆจินดา สว.สส.สภ.สำโรงเหนือ พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุม นายอนุสรณ์ ดวงแก้ว อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/201 หมู่ 2 ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง เป็นสมุทรบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 3 เล่ม สมุดบันทึกพฤติกรรมหรือการวางแผนการฉ้อโกงของนายอนุสรณ์ จำนวน 2 เล่ม โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านบางพลี เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ว่าถูกคนร้ายเป็นชายที่อ้างตัวว่าเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง ตำบลสำโรงเหนือ สมุทรปราการ โทรศัพท์มาสั่งซื้อยางรถยนต์ที่ร้านขายยางรถยนต์ของผู้เสียหาย ตั้งอยู่ภายในซอยวัดด่านสำโรง โดยให้แท็กซี่มารับยางและให้นำบิลมารับเงินที่โรงเรียนภายหลัง แต่หลังจากที่ผู้เสียหายนำบิลค่ายางรถยนต์จำนวน 4 เส้น มาขอเก็บเงินกับ ผอ.ที่โรงเรียน แต่ผอ.แจ้งว่าไม่เคยสั่งซื้อยางรถยนต์แต่อย่างไร จึงรู้ว่าถูกหลอก และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีภาพของโชว์เฟอร์แท็กซี่ที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเอาไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวโชว์เฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวมาทำการสอบสวน จนกระทั่งทราบว่าได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น ผอ.โรงเรียน ให้มารับยางรถยนต์ไปส่งให้ที่ร้านจำหน่ายยางรถริมถนนในย่านประชาอุทิศ 8 เม่งจ๋าย หลังจากที่ตนนำยางมาส่งให้ เจ้าของร้านดังกล่าวได้ส่งเงินให้ตนจำนวน 6 พันบาท หลังจากนั้นชายคนเดิมที่อ้างตัวเป็น ผอ.โรงเรียน ได้โทรศัพท์เข้ามาหาตนโดยให้ตนหักเงินค่าจ้างในการนำยางมาส่งจำนวน 1 พันบาท ส่วนเงินที่เหลือเงินอีก 5 พัน ให้ตนนำเงินไปโอนให้ เมื่อถึงธนาคารชายคนดังกล่าวได้ให้ตนส่งโทรศัพท์ให้แก่พนักงานธนาคาร เพื่อทำการโอนเข้าบัญชีของชายคนดังกล่าว หลังจากนั้นตนก็ได้ออกไปขับรถรับผู้โดยสาร จนกระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรีบเดินทางเข้ามาให้ปากคำ
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ ที่ชายคนดังกล่าวที่อ้างตัวเป็น ผอ.โรงเรียน จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายอนุสรณ์ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในย่าน อำเภอบางพลี จึงได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมได้พร้อมของกลางเป็นสมุดบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากถึงเดือนละ 5 แสนบาท จึงได้คุมตัวมาทำการสอบสวน
จากการสอบสวนนายอนุสรณ์ ได้ให้การสารภาพว่า ก่อนหน้าเคยทำงานเป็นพนักงานการตลาด ของ บ.จำหน่ายยางรถยนต์ แห่งหนึ่งในย่านถนนศรีนครินทร์ ก่อนที่จะลาออกมาค้าขายผลไม้ ตามตลาดสดกับภรรยา กระทั่งกลางปีที่แล้วตนและแฟนสาวได้เลิกรากันไปโดยที่ภรรยาได้ทิ้งลูกชายวัย 2 ขวบ ลูกสาววัย 8 เดือน และลูกชายวัย 5 ขวบ ไว้ให้ตนเลี้ยง ต่อมารายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงของครอบครัว จึงได้ผันเปลี่ยนชีวิต โดยความคิดที่จะหาเงินในทางที่ผิดกฎหมาย โดยการนำความรู้จากที่เคยติดต่อกับลูกค้า ออกอุบายแอบอ้าง เป็น ผอ.ของโรงเรียนชื่อดัง หลายแห่ง และนายตำรวจ รวมถึง ผอ.การประปานครหลวง ทำทีโทรศัพท์ติดต่อไปขอซื้อยางรถยนต์ กับร้านจำหน่าย จากนั้นก็จะ ใช้วาจาโดยเรียนเสียงให้น่าเชื่อถือ จนเจ้าของร้านหลงเชื่อ
จากนั้นก็จะโทรเรียกแท็กซี่ตามศูนย์ให้เข้าไปรับยางรถยนต์ ที่ตนสั่งไว้ ก่อนที่จะให้แท็กซี่นำยางไปขายที่ร้านจำหน่ายยางมือสอง โดยจะอ้างกับทางร้านว่า ตนซื้อยางมาผิดขนาดจึงจำเป็นต้องขาย หลังจากได้เงินจากการขายก็จะให้คนขับแท็กซี่โอนเข้าในบัญชีให้ ส่วนค่าแรงก็จะให้แท็กซี่หักไปจากค่าจำหน่ายยาง 500-1,000 บาท โดยทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วกว่า 20 ครั้ง ส่วนเงินที่ได้นำไปใช้จ่ายและค่าเทอมรวมทั้งค่าเลี้ยงดูลูก
ทั้งนี้ พ.ต.ท.รักศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากกการตรวจสอบ พบว่านายอนุสรณ์ เคยก่อเหตุมาแล้วในหลายพื้นที่ รวมทั้ง เขต นครบาลด้วย โดยผู้ประกอบกานท่านใดที่ถูกหลอกในลักษณะดังกล่าวสามารถเดินทางมาชี้ตัวได้ที่ สภ.สำโรงเหนือ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น และอ้างตัวเป็นจ้าพนักงานโดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีต่อไป






