"หมอบุญ" เล็งร่วมทุนโรงพยาบาลพนมเปญสิ้นปีนี้ เผยกฎอัยการศึก ฉุดรายได้รวมในเครือปีนีหดตัว5%
"เครือโรงพยาบาลธนบุรี" ตั้งเป้าสู่การเป็นโรงพยาบาลอาเซียน รองรับการเปิดเออีซี "หมอบุญ" ระบุปีนี้มีดีลใหม่ร่วมทุนสร้างโรงพยาบาลในพนมเปญเพิ่มอีก 150 เตียง แจงมาเลเซีย-จีนมาแรงคู่แข่งธุรกิจโรงพยาบาลในภูมิภาค เล็งลงนามเอ็มโอยูผุดคอนโดมิเนียมรองรับคนไข้ที่ปีนัง ยอมรับปีนี้รายได้รวมหด 5% เหลือ 10-12% จากปีก่อนที่ 10-15% เหตุกฎอัยการศึกทำต่างชาติมาไทยลดลง
นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหาร เครือโรงพยาบาลธนบุรี เปิดเผยว่า เครือโรงพยาบาลธนบุรีมีเป้าหมายจะขยับเข้าสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในอาเซียน ภายหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ปลายปี 2558 โดยมุ่งเน้นตลาดสำคัญในอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน เป็นหลัก
ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุนดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา จำนวน 150 เตียง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าการลงทุนทั้งหมด คาดว่าสิ้นปีนี้จะเจรจาดีลนี้ได้สำเร็จ
นพ.บุญ ยังกล่าวว่า ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตด้านเศรษฐกิจสูงเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรงพยาบาลธนบุรีจะมุ่งเน้นการทำตลาดอาเซียนรวมทั้งประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่และมีความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ
โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนในพม่า 3 แห่ง ได้แก่ ร่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และตันตาบิน แห่งละ 150 เตียง รวมเป็น 450 เตียง มูลค่าการลงทุน 5,000 ล้านบาทในระยะ 3 ปี (2557-2559) โดยจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ ถือว่าเป็นการให้น้ำหนักการลงทุนในพม่ามากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน เนื่องจากระบบสาธารณสุขยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ประกอบกับคนพม่านิยมเดินทางมารักษาที่ไทยเป็นอันดับแรก ส่วนที่ประเทศจีนก่อนหน้านั้นเข้าไปลงทุนโรงพยาบาลอยู่แล้ว 2-3 แห่ง โดยการลงทุนยังเดินหน้าไปตามแผน นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ในนานกิง จำนวน 800 เตียง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีความคืบหน้าในการก่อสร้างประมาณ 10-20%
"การขยายโรงพยาบาลของเครือโรงพยาบาลธนบุรี ในปีนี้ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม จะเห็นว่าการลงทุนในพม่าเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สุดมีจำนวนเตียงใหม่เพิ่มขึ้น 450 เตียง และมีแนวโน้มขยายได้อีกเป็น 600 เตียงในอนาคต เพราะคนพม่านิยมเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไทยมากเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากและเชื่อมั่นในคุณภาพการรักษาของไทย ที่กัมพูชาเราก็น่าจะปิดดีลนี้ได้ภายในสิ้นปี เป้าหมายในอนาคตเราต้องการจะขึ้นเป็นผู้นำโรงพยาบาลชั้นนำในอาเซียน"
ระบุมาเลย์-จีนคู่แข่งธุรกิจโรงพยาบาล
นพ.บุญ ยังกล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันของโรงพยาบาลในภูมิภาคอาเซียนถือว่ามีการแข่งขันสูงมาก โดยมาเลเซียและจีนเป็นคู่แข่งที่มาแรงที่สุดด้วยค่ารักษาที่ต่ำกว่าไทย ทำให้เครือโรงพยาบาลธนบุรีต้องปรับตัวโดยเน้นการรักษาที่เป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทางมากขึ้น ยกตัวอย่างในมาเลเซียธุรกิจโรงพยาบาลมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ต่อปี เนื่องจากกลุ่มคนไข้จากประเทศอินโดนีเซียนิยมเดินทางเข้ามารักษาที่มาเลเซีย เพราะเป็นกลุ่มมุสลิมด้วยกัน ขณะเดียวกันมาเลเซียก็เข้าไปทำตลาดในตุรกีมากขึ้นหลังจากที่กลุ่ม Park way group จากออสเตรเลียเข้ามาร่วมทุน
โดยที่มาเลเซียกลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลจะต้องรอคิวเพื่อรับการตรวจรักษาประมาณ 3 เดือน ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในมาเลเซียขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจึงมีแผนเข้าไปลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียมเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าจากอินโดนีเซีย ที่เมืองปีนัง โดยเร็วๆ นี้จะลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) กับผู้ร่วมทุนรายเดิมในมาเลเซีย ซึ่งมีความสนใจลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียมเช่นเดียวกัน
สำหรับการขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ในไทย มีแผนจะเข้าไปลงทุนใน จ.ปัตตานี ขนาด 200-300 เตียง จะส่งผลให้ในอนาคตจำนวนเตียงให้บริการของเครือโรงพยาบาลธนบุรีมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 3,000 เตียง หรืออยู่ในอันดับที่ 3 รองจากกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ หรือ กลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 5,400-5,500 เตียง อันดับที่ 2 คือกลุ่มวิภาวดี-รามคำแหง ประมาณ 3,700 แห่ง และกลุ่มเกษมราษฎร์ -บำรุงราษฎร์ อยู่ในอันดับที่ 4
อย่างไรก็ตาม สำหรับรายได้รวมในปี 2557 นี้ ยอมรับว่าปรับตัวลดลงประมาณ 5% โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 10-12% จากปีก่อนที่เติบโตประมาณ 10-15% เนื่องจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองไทยที่มีปัญหาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 เป็นต้นมา ประกอบกับการประกาศใช้กฎอัยการศึกทำให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยน้อยลง







