วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปูพรมค้นหมู่บ้านชนแล้วรีดทรัพย์

ทหาร-ตร.ปูพรมค้นหมู่บ้านชนแล้วรีดทรัพย์ ขณะผู้ใหญ่บ้านสารภาพเคยทำก่อนรับตำแหน่ง

ตระเวนไปทุกจังหวัดเว้น3จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งเป้าต้องได้เงินวันละ8พันบาท เลือกเหยื่อคนสูงวัย ระบุมีมิจฉาชีพขยายตัวทำมากถึง 3 หมู่บ้าน เหตุมั่วสุมยาเสพจิดและการพนัน

ความคืบหน้ากรณี "นสพ.คมชัดลึก" นำเสนอประเด็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด กว่า 20 ครอบครัว ประกอบอาชีพเป็นมิจฉาชีพ ขับรถให้เหยื่อชนแล้วรีดเงินค่าเสียหาย ซึ่งก่อเหตุมานานนับ 10 ปีและมีแนวโน้ม ว่ามีกลุ่มคนทำอาชีพนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น

วันที่ 13 ส.ค. นายไกรสร กองฉลาด ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด นายวิวัฒน์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอจังหาร นายอธิสันต์ อินตรา ป้องกันจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีผ่องงาม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหาร นำกำลังทหาร สารวัตรทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และอส. เข้าตรวจค้นภายในหมู่บ้านบึงโดน หมู่ 5 และหมู่ 9 หลังมีรายงานว่าที่หมู่บ้านดังกล่าวมีชาวบ้านหลายครอบครัวทำมาหากินผิดกฏหมาย โดยการนำรถยนต์ออกไปตระเวณหาเหยื่อบนถนนต่างๆ แล้ววางแผนให้รถคู่ครณีเฉี่ยวชน ก่อนที่จะรีดเอาทรัพย์สิน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 6 ชุด เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 6 แห่ง ส่วนใหญ่เป้าหมายผู้ก่อเหตุไหวตัวทันนำรถหนีออกไปจากบ้านก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านหลายหลังที่เป็นเป้าหมาย บางหลังพบเพียงชิ้นส่วนรถยนต์ และสีสเปรย์แบบต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญในหมู่บ้าน คือบ้านของนายประภพ เดชอุทัย อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบึงโดนหมู่ 5 ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า มีพฤติกรรมในการตั้งแก๊งขับรถให้ถูกชนแล้วรีดทรัพย์ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านให้การยอมรับสารภาพว่า เคยเป็นหัวหน้าทีมทำอาชีพนี้มาหลายปีแล้ว ขณะนี้เลิกทำมา 2 ปีแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยที่มาของเรื่องดเกิดจากขับรถไปประสบเหตุชนกันกับคู่กรณี จึงเกิดแนวคิดว่าหากนำไปปรับเปลี่ยนเป็นการหารายได้จากเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะทำได้ จึงหันมาลองทำจนเกิดความชำนาญ

ซึ่งเวลาที่ออกไปก่อเหตุมักจะไปทำกันเป็นทีม ใช้รถยนต์3 คัน ขับประกบขวา ประกบซ้าย และตามหลังอีก 1 คัน เมื่อรถเหยื่อวิ่งอยู่ข้างหน้าจะถูกคันหลังขี่ประชิดบีบแตรไล่ให้ตกใจ เมื่อรถเหยื่อจะออกขวาก็เบียดไว้ ออกซ้ายก็ปาดไว้ในที่สุดรถเหยื่อก็จะเฉี่ยวรถของพวกตน จากนั้นก็ลงมาต่อว่า พูดคุยเรียกค่าเสียหาย หากไม่อยากไปโรงพัก บางรายกลัวจึงยอมจ่าย ซึ่งพวกตนจะเรียกครั้งละประมาณ 5,000 - 10,000 บาท บางรายมีปัญหามากก็ไม่เอา โดยเฉพาะถ้าเจอคู่กรณีเป็นวัยรุ่นจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย บางคนคว้ามีดสปาต้าในรถลงมา ก็จะหนีไปเพื่อตัดปัญหา

ส่วนพื้นที่ปฏิบัติการไม่ทำในจังหวัดร้อยเอ็ด เพราะกลัวจะพบญาติของตัวเอง แต่จะตระเวนไปทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน เส้นทางไปภาคเหนือ เคยทำไปจนสุดชายแดนทุกภาค ยกเว้นสามจังหวัดชายแดนใต้ แต่ละวันจะอาศัยพักตามม่านรูดและย้ายพื้นที่ไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 8,000 บาท เหยื่อวันละไม่น้อยกว่า 2- 3 ราย ทำอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2554 และมาเลิกต้นปี 2556 ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ในเดือน มีนาคม 2556

นายประภพ สารภาพอีกว่า เงินส่วนหนึ่งที่ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัครเลือกตั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านด้วย แต่ตอนหลังเริ่มคิดได้ ตนและทีมงานจึงเลิก ขอให้โอกาสทำหน้าที่เป็นผู้นำ สิ่งที่เคยทำไม่ดี เป็นบาป เพราะหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดึงเอาคนที่เคยหลงผิดให้เลิกหันมาทำอาชีพสุจริตต่อไป

นายวิวัฒน์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอจังหาร กล่าวว่า จากพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาขณะเข้ารับตำแหน่ง ตรวจสอบแล้วไม่มีเรื่องคดีปรากฏ การออกมายอมรับความผิดในวันนี้แสดงถึงความจริงใจในการที่จะช่วยแก้ปัญหา น่าจะให้โอกาสแสดงความจริงใจในการปฏิบัติหน้าที่ และถ้าหากมีพฤติกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องอีก คงจะมีการดำเนินการขั้นเด็ดขาด นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้านยังได้ให้ข้อมูลว่ามีลูกบ้านครอบครัวไหนบ้าง ชื่ออะไรบ้าง เพื่อจะได้นำรายชื่อทั้งหมดรายงานให้ทาง พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เรียกไปรายงานตัวในค่ายทหารต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีผ่องงาม ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรจังหาร จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การตรวจค้นวันนี้จับกุมผู้กระทำผิดคดีอาญา 1 ราย (สลากกินรวบ) ตรวจยึดรถยนต์ที่ไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ 1 คัน และสมุดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องสงสัยหลายเล่ม ซึ่งเป็นไปตามข้อกฏหมาย ส่วนข่าวที่เผยแพร่ทางสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆว่าหมู่บ้านนี้ ทำอาชีพขับรถชนแล้วรีดทรัพย์นั้น ขอย้ำว่ามีเพียงบางราย บางครอบครัวเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมู่บ้าน

ทั้งนี้ ตนเข้ามารับตำแหน่งได้6เดือน ทราบเรื่องมาตลอดและได้ใช้มาตรการเชิงรุกเข้าตรวจสอบเป้าหมายทำหลักฐานไว้ต่อเนื่อง แต่ที่ดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายรายใดมาร้องทุกข์ ที่เชื่อว่าน่าจะใช้การกระทำการฉ้อโกงเอาทรัพย์สินโดยใช้กลอุบาย หาก

ประชาชนรายใดพบเห็น ที่สำคัญหากสถานีใดที่เคยจับกุมและเชื่อว่าคนก่อเหตุเป็นชาวจังหารหรือไม่ ขอให้ประสานมายัง พ.ต.ท.อานนท์ โยธะการี หน.งานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจังหาร ที่เบอร์ 081-8733199 โดยตรง