อดีตรมว.พม. ชี้ รับจ้างอุ้มบุญ" ควรมีกฏหมายครอบคลุม แพทย์-ผู้ว่าจ้าง-ผู้รับจ้าง ป้องกันปัญหา
นายอิสสระ สมชัย อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีที่มีหญิงชาวไทยรับจ้างชาวต่างชาติเป็นแม่อุ้มบุญ ซึ่งขณะนี้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดประเทศไทยจึงไม่มีกฎหมายรองรับกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบันการอุ้มบุญจะมีประกาศของแพทยสภา ซึ่งจะควบคุมเฉพาะจรรยาบรรณแพทย์นั้น เห็นว่าเรื่องนี้ควรจะมีกฎหมายเพื่อครอบคลุมทั้งแพทย์ ผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะในบางครั้งผู้รับจ้างอุ้มบุญ เมื่อคลอดทารกออกมาก็ไม่ยอมให้กับผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้
นายอิสระ กล่าวว่า สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรมว.พัฒนาสังคมฯ ก็เคยเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยี ช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น 1. ผู้ว่าจ้างจะต้องเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎมาย ที่มีสภาพจิตใจที่พร้อมจะเป็นบิดามารดา 2. ผู้รับจ้าง จะต้องไม่ใช่ บิดา มารดา หรือผู้สืบสันดาน ของผู้รับจ้าง 3. ผู้รับจ้าง จะต้องผ่านการมีบุตรมาแล้ว และต้องได้รับความยินยอมจากผู้เป็นสามี 4. เชื้อที่ได้ จะต้องมาจากคู้สามีภรรยาผู้ว่าจ้างเท่านั้น จะใช้เพียงรังไข่ของผู้รับจ้างเท่านั้น เป็นต้น
นายอิสสระ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้นำเข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรี (ครม.)รัฐบาลอภิสิทธิ์ และผ่านความเห็นชอบ โดยมีการแก้ไขโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ครม.ได้ส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.53 เพื่อพิจารณาบรรจุวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการยุบสภาก่อนที่ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมา จากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้ให้คำรับรองร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่ค้างจากรัฐบาลเดิม ทำให้ร่างกฎหมายทุกฉบับตกไป รวมถึงร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย
“รัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ตนคิดว่าหากมีการดำเนินต่อ กฎหมายฉบับนี้คงได้นำมาบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังจะมีสภาปฏิรูป หากเจ้ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือผู้รักษาการ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยไม่ต้องผ่านกฤษฎีกา หากครม.เห็นชอบ ก็สามารถส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปได้” นายอิสระ กล่าว









