วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.แจงไร้กฎหมายเอาผิดแม่อุ้มบุญ

สธ.แจงไร้กม.เอาผิดแม่อุ้มบุญ หากโฆษณาผ่านเว็บ ให้ใช้พรบ.คอมฯเล่นงาน ในส่วนของหมอส่งให้แพทยสภา

นาวาอากาศตรี น.พ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข กล่าวว่า การอุ้มบุญเป็นกระบวนการสำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยากจึงให้ตั้งครรภ์แทน เพราะภรรยาไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งการตั้งครรภ์นี้จะต้องมีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง มีข้อบ่งชี้ดำเนินการตามข้อกำหนดของแพทยสภา ผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ที่มีใบวิชาชีพอยู่ในสถานประกอบถูกต้อง มีการขึ้นทะเบียนจากสูตินารีเวช ทั้งนี้การพยาบาลทางการแพทย์เรารวมถึงตัวแพทย์จะต้องมีใบประกอบวิขาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายและจะต้องได้รับการรับรองคือใบประกาศนียบัตรถูกต้องตามกฎหมายทางด้านเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์และถูกต้องตามหลักการของแพทยสภาหรือไม่ถ้าจะให้มีการตั้งครรภ์แทนโดยสตรีคนอื่นจะต้องมีข้อบ่งชี้ว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนเป็นญาติฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของคู่สมรสโดยไม่มีว่าจ้าง หากไม่ทำตามข้อบ่งชี้ดังกล่าวก็ถือว่าผิดซึ่งสถานพยาบาลที่ปล่อยให้มีการดำเนินการก็ถือว่าผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล 2541 มาตรา 34(2) มีความผิดทั้งจำทั้งปรับ ส่วนแพทย์ที่ไม่ดำเนินการตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวก็ต้องถูกส่งไปดำเนินการในเรื่องของจริยธรรมทางการแพทย์ซึ่งมีความผิดสูงถึงระงับการใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพรวมถึงอาจเพิกถอนใบอนุญาตด้วย อย่างไรก็ตามการเอาผิดผู้หญิงที่อุ้มบุญยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการให้หญิงอื่นตั้งครรภ์เอาผิดอย่างชัดเจน

"การโฆณาชวนเชื่ออวดอ้างในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญถือว่ามีความผิด โดยเฉพาะแพทย์หากโฆษณาก็ถือว่ามีความผิดพ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพ ส่วนแม่หรือหญิงที่อุ้มบุญที่ไปประกาศโฆษณาชวนเชื่อก็จะเป็นความผิดในส่วนของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เพื่อเอาผิดกับเว็บไซต์ที่ลงประกาศ ส่วนแม่อุ้มบุญยังไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้"อธิบดีกรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กล่าว

เมื่อถามว่ามีสถานพยาบาลหรือคลินิกเอกชนกี่แห่งที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ตอนนี้สถานพยาบาลที่สามารถทำด้านเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ 45 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 12 แห่ง และมีแพทย์ที่สามารถทำในลักษณะนี้ได้ 240 คน อย่างไรก็ตามกรณีแม่อุ้มบุญน้องแกมมี่ในขณะนี้เราได้มีการเข้าตรวจสอบสถานพยาบาลพร้อมตรวจสอบประวัติคนไข้พบว่าทำที่คลินิก เอสเออาร์ที ( S.A.R.T.) อาคารวาณิช ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายซึ่งมีความผิดตามาตรา 34(2) ตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541ที่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการไม่ได้มาตรฐานตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท ส่วนแพทย์ที่ดำเนินการกรณีน้องแกมมี่ที่ปล่อยให้มีการตั้งครรภ์โดยหญิงอื่นซึ่งไม่ใช่ญาติของคู่สมรสคนใดคนใดหนึ่ง รวมถึงมีการรับค่าจ้างมีความผิดตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม 2525 ถือว่าผิดกฎหมายต้องส่งตัวให้แพทยสภาพิจารณาต่อไปมีโทษจนถึงการระงับหรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว

เมื่อถามถึงกระบวนการนำเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญออกนอกประเทศ นต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า อยู่ในกระบวนการของกรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจะมีระเบียบปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นบุตรของใคร ส่วนแม่ที่อุ้มบุญน้องแมมี่นั้นถือว่าอุ้มบุญโดยผิดกฎหมาย