สาธารณสุขจับมือตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินนานาชาติทั้ง 5 แห่ง
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบล่าอย่างใกล้ชิดใน 3 ประเทศต้นทางคือประเทศ ไลบีเรีย กีนี เซียร์ราลีโอน และอีก 1 ประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อล่าสุดคือประเทศไนจีเรีย โดยพบว่าขณะนี้มีผู้ป่วย 1,603 ราย เสียชีวิต 887 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขประเมินการติดเชื้อว่าประเทศไทยขณะนี้มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาต่ำแต่ไม่ประมาท จึงจัดระบบเฝ้าระวังโรคและเตรียมความพร้อมในการวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วย โดยใช้ระบบการเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้ป่วย รวมทั้งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
“เบื้องต้นป้องกันที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ทั้ง 4 ประเทศ พร้อมทั้งตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศร่วมมือกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินนานาชาติทั้ง 5 แห่ง คือสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินเชียงใหม่ โดยให้โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศทำการเฝ้าระวังโรค โดยค้นหาและรายงานผู้ป่วยที่มีอาการต้องสงสัย พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในประเทศเสี่ยงที่มีการระบาดของโรค” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวว่า โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคไวรัสที่มีความรุนแรง และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะโรค โดยโรคนี้จะติดต่อโดยการสัมผัสเลือด ของเหลวจากร่างกาย ระยะฟักตัว 21 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูงอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย อาเจียน และปวดท้องรุนแรง






