เปิดหลักการพ.ร.บ.'อุ้มบุญ'ตั้งครรภ์แทนโดยชอบด้วยกม.

เปิดหลักการพ.ร.บ.'อุ้มบุญ'ตั้งครรภ์แทนโดยชอบด้วยกม.

(รายงาน) เปิดหลักการพ.ร.บ.'อุ้มบุญ' ตั้งครรภ์แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย

ในความหมายของคนทั่วไป "อุ้มบุญ" คือการให้คนอื่นตั้งครรภ์แทน

ทั้งนี้ "อุ้มบุญ" มี 2 แบบ คือ "อุ้มบุญแท้" (full surrogacy) กับ "อุ้มบุญเทียม" (partial surrogacy)

อุ้มบุญเทียม หมายความว่า ใช้เชื้ออสุจิของคนที่เป็นพ่อกับไข่ของผู้หญิงที่อุ้มบุญ

อุ้มบุญแท้ คือ ใช้ไข่ของผู้เป็นแม่แท้ๆ จะเป็นกรณีที่มดลูกของผู้หญิงของคนที่เป็นแม่มีปัญหา หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่รังไข่ยังใช้งานได้ ก็เอาเชื้ออสุจิของผู้เป็นพ่อผสมกับไข่ของผู้เป็นแม่จนเกิดเป็นตัวอ่อน แล้วนำตัวอ่อนไปฝากใส่ไว้ในครรภ์ของหญิงซึ่งตกลงรับตั้งครรภ์ให้

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรับรองให้ทำการ "อุ้มบุญ" ได้

ศ.สิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความชื่อดัง กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ การให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนจึงไม่สามารถทำได้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะมีค่าจ้างหรือไม่มีค่าจ้างก็ทำไม่ได้

"แต่การให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนก็ยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะจะเป็นความผิดตามกฎหมายต้องมีการออกกฎหมายพิเศษมาเอาผิดกับการกระทำในลักษณะนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งการให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนไม่เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ เพราะเป็นเรื่องของการเกิดลูก ดังนั้นถ้ามีการให้คนอื่นตั้งครรภ์แทน ก็ให้เด็กที่คลอดเป็นบุตรของหญิงคนที่รับตั้งครรภ์ ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่า เด็กที่เกิดจากหญิงคนใด ให้ถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงคนนั้น โดยให้ถือเสมือนว่าไม่มีการอุ้มบุญเกิดขึ้น เพราะการอุ้มบุญทำไม่ได้"

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บ้านเรากำลังพยายามผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยเจ้าของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้มีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากทาง พม.ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ครม.ได้อนุมัติหลักการ แล้วส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ขั้นตอนต่อไปคือเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.การตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ มีหลักการสำคัญดังนี้

1.สามีภรรยาที่ต้องการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตั้งครรภ์แทน ต้องเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

2.หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นญาติกับคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องมิใช่ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสนั้น

3.หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น ถ้าหญิงนั้นมีสามี จะต้องได้รับความยินยอมจากสามีของหญิงที่มารับตั้งครรภ์แทนนั้นด้วย แต่ในกรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ ให้ผู้ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทนเสนอเรื่องขออนุญาตต่อ "คณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์" หากคณะกรรมการฯพิจารณาเห็นสมควร จะอนุญาตเป็นการเฉพาะรายก็ได้ คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

4.ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการเป็นคนกลาง นายหน้า โดยเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการค้าหรือหากำไรเพื่อตอบแทนในการจัดการ หรือชี้ช่องให้มีการรับตั้งครรภ์แทน และห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการด้วยวิธีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เพื่อให้หญิงใดตั้งครรภ์ โดยรู้หรือมีเหตุควรรู้ว่าหญิงนั้นรับตั้งครรภ์แทนผู้อื่นเพื่อความประสงค์แห่งการค้า

5.ในกรณีเด็กที่เกิดโดยการผสมเทียมหรือโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ซึ่งใช้เซลล์สืบพันธุ์จากผู้บริจาคเพื่อการปฏิสนธิ ให้หญิงที่เป็นผู้ตั้งครรภ์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น และให้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้น เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น ชายหรือหญิงที่เป็นเจ้าของเซลล์สืบพันธุ์ที่นำมาใช้ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเพื่อการตั้งครรภ์ ไม่มีสิทธิใดๆ ในตัวเด็ก

6.ในกรณีเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะใช้เซลล์สืบพันธุ์ของสามีภรรยาที่ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทน หรือบุคคลอื่นก็ตาม ให้สามีภรรยาซึ่งประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น แต่ต้องให้โอกาสเด็กได้รับน้ำนมจากหญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือน

ในกรณีที่เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือตกอยู่ในสภาวะยากลำบากตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ให้ผู้รับตั้งครรภ์แทนมีอำนาจฟ้องหรือร้องขอเกี่ยวกับอำนาจปกครองเด็กที่เกิดจากการรับตั้งครรภ์แทนได้ โดยให้ศาลคำนึกถึงความผาสุกและประโยชน์ของเด็กนั้นเป็นสำคัญ

ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทในการเกี่ยงกันซึ่งหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ระหว่างสามีภรรยาที่ประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนกับหญิงที่เป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ให้ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กร่วมกัน ทั้งนี้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธไม่ยอมร่วมอุปการะเลี้ยงดู ให้อีกฝ่ายหนึ่งร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ฝ่ายที่ปฏิเสธไม่ยอมร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ร่วมอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้

เมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ถือว่าเป็นกฎหมายที่ท้าทายความคิดของปัจเจกบุคคลในเรื่อง สิทธิในร่างกาย สิทธิส่วนบุคคล และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีเหตุผลรองรับ

ฝ่ายสนับสนุนการรับตั้งครรภ์แทน อ้างสิทธิในความเป็นส่วนตัวในอันที่จะกีดกันไม่ให้รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำของตนเองที่ปราศจากอันตรายต่อผู้อื่น การรับตั้งครรภ์แทนก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรและหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ป้องกันการลักพาหรือซื้อขายเด็ก

ฝ่ายที่คัดค้าน เห็นว่าการตั้งครรภ์แทนเป็นกิจกรรมที่ฝ่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์ ก่อให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากเนื้อตัวร่างกายโดยมิชอบ ก่อให้เกิดอาชีพรับจ้างตั้งครรภ์ เป็นการกระทำที่ไม่ต่างกับการซื้อขายเด็ก ผิดศีลธรรม และมีผลกระทบต่อเด็กและสังคมโดยรวม หากกรณีเด็กคลอดก่อนกำหนด, เด็กพิการ หรือตั้งครรภ์ไปแล้วเกิดสามีภรรยาที่ต้องการให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนเปลี่ยนใจภายหลังจะทำอย่างไร, เกิดแฝดหลายคน แต่สามีภรรยาที่ให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนต้องการเพียงคนเดียว แฝดที่เหลือใครจะดูแล ฯลฯ

ล้วนเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้านอย่างแท้จริง